กรมชลประทานจัดสื่อมวลชนสัญจรติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC หนุนเศรษฐกิจพื้นที่ขยายตัว สร้างความมั่นใจประชาชน เกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอ

540636513 1182542520587017 2979988495186543184 n

538441915 1182544183920184 3099945330767340981 n

 

538446857 1182545697253366 1220213793535947269 n

540501955 1182544917253444 5692878099704468576 n

 

          วันนี้ (29 ส.ค 68) นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมด้วยผู้บริหารในพื้นที่นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง)มุ่งบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถสนับสนุนทุกกิจกรรมได้เพียงพอตลอดทั้งปี
 
นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 เปิดเผยว่า ปัจจุบัน(29 ส.ค.68) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้ง 58 แห่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 1,339 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นเกือบ 53% ของความจุอ่างฯรวมกัน
 
จนถึงขณะนี้มีผลการสูบน้ำโครงข่ายบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก ดังนี้
1)การสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ฯและคลองชลประทานพานทอง มาเติมน้ำต้นทุนในอ่างฯบางพระ ปริมาณน้ำสะสมรวมประมาณ 35.4 ล้านลบ.ม.
2)การสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง มาเติมน้ำต้นทุนให้อ่างฯบางพระ ปริมาณน้ำสะสมรวม 3.53 ล้านลบ.ม.
3)การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 27.74 ล้านลบ.ม.
4)การสูบผันน้ำกลับจากคลองสะพานไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำสะสมรวม 9.11 ล้านลบ.ม.
5)การสูบผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ เพื่อไปเสริมน้ำต้นทุนให้กับอ่างฯหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 20.16 ล้านลบ.ม.
6)การสูบผันน้ำกลับจากวัดละหารไร่ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 1.69 ล้านลบ.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้
 
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ตามมาตรการรับมือฤดูฝนที่วางไว้ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำไว้ให้อ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด คาดว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนในเดือนตุลาคมนึ้ จะมีปริมาณน้ำเก็บกักตามแผนที่วางไว้ สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา รักษาระบบนิเวศควบคุมความเค็ม การเกษตรและภาคอุตสหกรรม ในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี