เลือกภาษาของคุณ

กรมชลประทานร่วมขับเคลื่อนแผนเผชิญเหตุระดับชาติ เตรียมพร้อมฝึก C-MEX 26 ยกระดับการรับมืออุทกภัยภาคใต้ สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

728093993 1477566491083086 8146569628577685101 n

727715313 1477566787749723 3696067477461454593 n

 

728162426 1477567184416350 1321178150418656925 n

727800119 1477566954416373 3105873092144404806 n

 

        วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติด้านสาธารณภัย ประจำปี พ.ศ. 2569 (Crisis Management Exercise: C-MEX 26) การประชุมขั้นกลาง (Mid Planning) ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการฝึกบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569


การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมเตรียมการขั้นต้น (Initial Planning) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมุ่งกำหนดแนวทางการฝึกให้ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารจัดการสาธารณภัย เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัยจริง


ในโอกาสนี้ กรมชลประทานได้ร่วมบูรณาการการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลสถานการณ์น้ำ ระบบบริหารจัดการน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังพล เพื่อสนับสนุนการฝึกซ้อมภายใต้สถานการณ์สมมติอุทกภัยร้ายแรง (ระดับ 3) พร้อมประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความพร้อมของคณะทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ รวมถึงการจัดนิทรรศการในหัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำและการจัดการภัยพิบัติ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อนำเสนอแนวทางการแจ้งเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ และการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ
สามารถยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การเผชิญเหตุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัยในอนาคต