เลือกภาษาของคุณ

กรมชลประทาน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก น้ำท่วม และน้ำแล้งในแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ

763831646 1462604529247480 150233641859657979 n

763355728 1462604692580797 7782276259948037633 n

 

764661201 1462604669247466 9105232969964484844 n

764953454 1462604652580801 5400204746658428630 n

 

           กรมชลประทาน เดินหน้าศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดโครงการและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน นำไปสู่การกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว
 
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพเชิงบูรณาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กรุงเทพมหานคร นายชัชชญา ขำจันทร์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ด้านบริหาร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีนางดรรชณี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกรมชลประทานกล่าวรายงาน
 
แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การผลิตน้ำประปา การเกษตร อุตสาหกรรม การคมนาคมทางน้ำ และการรักษาระบบนิเวศ แต่ในปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากภัยแล้ง น้ำท่วม และการรุกตัวของน้ำเค็ม ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนลดลงและไม่เพียงพอต่อการผลักดันน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง
จากข้อมูลสถานการณ์น้ำในช่วงปี 2564–2567 พบว่าปัญหาน้ำเค็มรุกส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา การเกษตร ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญสำหรับการผลิตน้ำประปาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
 
กรมชลประทาน จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของแนวทางและรูปแบบการพัฒนาโครงการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุก น้ำท่วม และน้ำแล้ง ควบคู่กับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งจัดทำแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน
 
ทั้งนี้ การประชุมปฐมนิเทศถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรต่าง ๆ ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวล เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการศึกษาของโครงการให้มีความรอบด้าน สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และสามารถกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในอนาคตaa