เลือกภาษาของคุณ

ประชาชนมีส่วนร่วม! กรมชลฯ กางแนวทางปรับปรุงโครงการส่งน้ำมหาราช–บางบาล พร้อมเปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชน

597631627 1269053401935928 8957769486468856840 n

598572028 1269053488602586 910015403965719594 n

 

599820351 1269053445269257 8704046755154091601 n

599929236 1269056075268994 470977513576986712 n

 

        วันนี้ (12 ธันวาคม 2568) ณ ห้องประชุมขุนสรรค์พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี (หลังใหม่) กรมชลประทาน ได้จัดประชุมปัจฉิมนิเทศเวทีที่ 2 “โครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช และบางบาล จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” โดยมี นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) ในฐานะผู้แทนกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายขจร ใบพลูทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสำรวจ (ด้านสำรวจ) เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย เข้าร่วมประชุมฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายอดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้
 
การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการศึกษาแนวทางการปรับปรุงโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช - บางบาล จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัย ทั้งในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียง ให้ประชาชนมีน้ำใช้เพียงพอทั้งด้านการเกษตรและอุปโภคบริโภค ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยมีแผนงานการปรับปรุง
 
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช 10 แผนงาน อาทิ
 
1. ปรับปรุงประตูระบายน้ำมหาราช
2. ปรับปรุงดาดคอนกรีตคลองชัยนาท–อยุธยา
3. แก้ปัญหาน้ำต้นทุน เพิ่มการเก็บกักน้ำและเสริมการส่งน้ำสู่พื้นที่ปลายคลอง
4. ปรับปรุงโครงสร้างชลศาสตร์หลัก
5. ปรับปรุงระบบส่งน้ำและระบายน้ำ
6. แก้ปัญหาน้ำท่วม
7. ปรับปรุงด้านการเกษตร
8. พัฒนาองค์กรบริหารจัดการน้ำ
9. ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำแบบทันสมัย
10. ปรับปรุงอาคารและครุภัณฑ์
 
ทั้งนี้ หากดำเนินการตามแผนงานแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการระบายน้ำของพื้นที่โครงการ ช่วยให้การบริหารจัดการน้ำแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยในเขตพื้นที่โครงการฯ โดยมีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 132,241 ครัวเรือน