กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

อธิบดีชลประทานประชุมด่วน ติดตามสถานการณ์น้ำ กำชับเร่งระบายน้ำทุกจุด ใช้ศักยภาพเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง

29 กันยายน 2569

2

0

เย็นวันนี้ (29 กันยายน 2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมี นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขณะที่ นายเดช เล็กวิชัย และนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมผู้บริหารโครงการชลประทานในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำออกจากกรุงเทพมหานครและพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการลดระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็ว โดยเน้นย้ำให้กรมชลประทานบริหารการระบายน้ำผ่านระบบชลประทานให้สอดคล้องกัน เพื่อเร่งนำน้ำกลับเข้าสู่ระบบและลดผลกระทบต่อประชาชน
“ในส่วนของการระบายน้ำ ได้กำชับให้ติดตามศักยภาพและความพร้อมของเครื่องสูบน้ำตามประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และจุดระบายน้ำต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำลงฝั่งแม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และอ่าวไทย พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อาจเป็นข้อจำกัดในการระบายน้ำ เพื่อให้ทุกจุดสามารถรองรับและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว
อีกประเด็นสำคัญคือการบริหารจัดการน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท หลังสถานการณ์น้ำเหนือมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เขื่อนมีความจำเป็นต้องปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมแบ่งเบาภาระด้านท้ายเขื่อนด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รวมถึงใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาช่วยชะลอน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ท้ายเขื่อนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
“การบริหารน้ำจะพิจารณาให้เกิดความสมดุล ทั้งการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนและตอนล่าง รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยควบคุมระดับน้ำในระบบชลประทานและบริหารอาคารชลประทาน ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำให้สัมพันธ์กัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะเดียวกันต้องดูแลไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของระบบชลประทานด้วย” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว
ทั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทานกำชับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และระบบระบายน้ำทุกจุด รวมถึงรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับการบริหารจัดการน้ำได้อย่างทันท่วงที เร่งลดระดับน้ำในพื้นที่เสี่ยง และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ลุ่มต่ำให้ได้โดยเร็ว

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง