กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

อธิบดีกรมชลประทาน เยือนถิ่นอีสาน ติดตามสถานการณ์น้ำ เน้นบริหารจัดการเชิงรุก พร้อมรับมือน้ำหลาก-ภัยแล้ง

24 กันยายน 2569

2

0

บ่ายวันนี้ (24 กันยายน 2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในเขตสำนักงานชลประทานที่ 6 โดยมี นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายณัฐพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้อง SWOC 6 สำนักงานชลประทานที่ 6 อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
สำหรับสำนักงานชลประทานที่ 6 รับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งน้ำในแหล่งเก็บกักและระดับน้ำในแม่น้ำชี ปริมาณน้ำในแหล่งเก็บกักต่าง ๆ รวมกันประมาณ 3,351 ล้าน ลบ.ม. (54% ของความจุ) และเป็นน้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ประมาณ 2,559 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว และเขื่อนจุฬาภรณ์ มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ด้านการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2569 ดำเนินการแล้วประมาณ 2.41 ล้านไร่ (98% ของแผน)
สำหรับการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย แม้ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ยังอยู่ในภาวะปกติ แต่สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้เตรียมความพร้อมตามมาตรการรับมือฤดูฝนของกรมชลประทาน โดยเฉพาะการเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ โดยได้ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญในพื้นที่ จำนวน 15 แห่ง ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้เสริมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนักหรือน้ำหลาก โดยเฉพาะในจังหวัดมหาสารคามและร้อยเอ็ด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจ
ด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง แม้ภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้งยังอยู่ในภาวะปกติ แต่กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว และเขื่อนจุฬาภรณ์ ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและใช้ฝนเป็นหลักในการสนับสนุนพื้นที่การเกษตร พร้อมวางแผนสำรองน้ำสำหรับช่วงฤดูแล้ง โดยให้ความสำคัญกับน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค การผลิตน้ำประปา และการรักษาระบบนิเวศเป็นลำดับสำคัญ ขณะเดียวกันยังจัดสรรน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานกว่า 0.6 ล้านไร่ โดยเฉพาะในช่วงฝนทิ้งช่วง รวมถึงการประสานการประปาเพื่อสำรองน้ำต้นทุนสำหรับการผลิตน้ำประปา เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง
ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทานได้เน้นย้ำแนวทางการทำงานเชิงรุก โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนและเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำและช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 6 ตรวจสอบอาคารชลประทาน ระบบระบายน้ำ คันกั้นน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากร รวมถึงเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบจากฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรอย่างรอบด้าน ทั้งด้านน้ำ และการประกอบอาชีพ โดยมุ่งให้การบริหารจัดการน้ำไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมหรือภัยแล้ง แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การสร้างโอกาสและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง