กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

กรมชลฯ อัพเดทสถานการณ์น้ำ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมเร่งระบายน้ำท่วมเพชรบุรี ระดมเครื่องจักรช่วยเหลือประชาชน

12 ตุลาคม 2569

0

0

กรมชลประทานติดตามและบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามสถานการณ์น้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะเดียวกัน เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในจังหวัดเพชรบุรี หลังเกิดฝนตกหนัก พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
บ่ายวันนี้ (12 ตุลาคม 2569) นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นผู้แทนกรมชลประทาน ร่วมแถลงข่าวผ่านระบบออนไลน์จากกรมชลประทาน ถนนสามเสน เพื่อรายงานสถานการณ์น้ำ แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในการถ่ายทอดสดรายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายสัตวแพทย์มนัส เทพรักษ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมแถลงข่าวผ่านระบบออนไลน์
นายธวัชชัยเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลง โดยสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,824 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569) กรมชลประทานจึงวางแผนทยอยปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ปรับลดการระบายน้ำเหลือ 330 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยการปรับลดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและช่วยบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิดและปรับแผนตามความเหมาะสม
ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเกิดจากฝนตกหนัก กรมชลประทานได้เร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 58 เครื่อง ดำเนินการติดตั้งแล้ว 23 เครื่อง และเตรียมเครื่องผลักดันน้ำ 20 เครื่อง ติดตั้งแล้ว 11 เครื่อง พร้อมนำรถแบคโฮ 3 คัน เข้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย
ทั้งนี้ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดเพชรบุรี พร้อมเร่งวางแผนระบายน้ำและเตรียมรับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569 ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเน้นย้ำให้กรมชลประทานเตรียมความพร้อมทุกด้าน โดยระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุก ลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
นายธวัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมชลประทานมุ่งบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมเร่งระบายน้ำและระดมเครื่องจักร เครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคลี่คลายสถานการณ์ให้เร็วที่สุด”
กรมชลประทานขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากประสบปัญหาหรือเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง