กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

กรมชลฯ เกาะติดน้ำทั่วประเทศ เจ้าพระยาตอนบนลดลง เร่งพร่องน้ำเตรียมรับฝนเพิ่ม

06 ตุลาคม 2569

2

0

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมการถ่ายทอดสด (LIVE) รายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการนี้ นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านบริหาร การยางแห่งประเทศไทย และนายเอกชัย สิริบวรพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ร่วมแถลง ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 115 โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว
นายธวัชชัย เปิดเผยว่า กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ขณะที่ช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือ จึงได้เตรียมปรับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อรองรับน้ำที่จะเกิดขึ้นและลดผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบนมีทิศทางดีขึ้น โดย ณ เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,951 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานได้กระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพของลำน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมเร่งพร่องน้ำในระบบให้มีพื้นที่ว่างรองรับฝนที่จะตกเพิ่มในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อพื้นที่ท้ายน้ำและพื้นที่เสี่ยง
ด้านลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำประมาณ 944 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 108 ของความจุเก็บกัก กรมชลประทานยังคงบริหารการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างควบคู่กับสถานการณ์พื้นที่ท้ายน้ำ และคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำป่าสักให้มากที่สุด
ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมชลประทานทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำผ่านคลอง ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ โดยจัดจราจรน้ำจากพื้นที่ตอนบนให้เหมาะสมกับความสามารถของระบบ พร้อมเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย เพื่อลดปริมาณน้ำที่ค้างอยู่ในระบบและเพิ่มพื้นที่รองรับฝนในเขตเมือง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ระบายน้ำได้ช้า และพื้นที่ริมตลิ่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมชลประทานจะใช้ช่วงที่ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มลดลง เร่งพร่องน้ำในระบบเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ พร้อมเตรียมระบบระบายน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าพื้นที่ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยการบริหารจัดการน้ำจะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ และมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด”
ทั้งนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
กรมชลประทานได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 เป็นศูนย์กลางรับแจ้งเหตุและประสานหน่วยงานเข้าดำเนินการ พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วม คันกั้นน้ำชำรุด ประตูระบายน้ำขัดข้อง หรือเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งได้ที่โทรศัพท์ 02-583-3495 หรือ สายด่วนกรมชลประทาน 1460 รวมถึงช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน เพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด