กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

กรมชลฯ เร่งระบายน้ำทั้งระบบ ลดน้ำท่วมขัง หวังคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว

15 ตุลาคม 2569

0

0

กรมชลประทานเดินหน้าบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เร่งระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำในแต่ละจุดอย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนทั้งพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำเป็นสำคัญ มุ่งลดความเดือดร้อนและช่วยให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
วันนี้ (15 ตุลาคม 2569) เวลา 18.00 น. นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย ผ่านระบบ Video Conference เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุม ณ สำนักงานชลประทานที่ 11 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากโครงการชลประทานในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำและระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานยังคงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะเดียวกันยังคงติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกในบางพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำบางส่วนเพิ่มขึ้น โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ พร้อมใช้โครงข่ายชลประทานช่วยรับและกระจายน้ำไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อมอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของน้ำทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน โดยไม่เพิ่มผลกระทบต่อประชาชน
ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่รังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง กรมชลประทานยังคงเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานการบริหารจัดการน้ำร่วมกับพื้นที่จังหวัดนครนายก ปทุมธานี และพื้นที่เชื่อมต่อ โดยใช้ทั้งระบบคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ภายใต้การควบคุมระดับน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาในพื้นที่หนึ่งส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นกับประชาชนในอีกพื้นที่หนึ่ง
นอกจากนี้ รองอธิบดีฯ ยังได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ต่าง ๆ เร่งสำรวจและติดตามจุดที่ยังสามารถเพิ่มการระบายน้ำได้ พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำเข้าช่วยเสริมการทำงานในจุดที่จำเป็น รวมถึงประสานหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด โดยเฉพาะชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งต้องเร่งลดระดับน้ำเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
ขณะที่แนวโน้มฝนในช่วง 7 วันข้างหน้า พื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางมีแนวโน้มฝนลดลง ซึ่งเป็นช่วงที่กรมชลประทานจะเร่งบริหารจัดการน้ำและระบายน้ำที่ยังค้างอยู่ในระบบให้ได้มากที่สุด ส่วนพื้นที่ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนที่อาจตกเพิ่มขึ้น โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์
ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่าจะเดินหน้าเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์และปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยยึดความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ระดับน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบลดลงอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง