กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

กรมชลฯ ร่วมประชุม JICC ติดตามสถานการณ์น้ำ เสริมเครื่องผลักดันน้ำ–เพิ่มกำลังระบายน้ำ รับมือฝนระลอกใหม่

08 ตุลาคม 2569

1

0

เช้าวันนี้ (8 ตุลาคม 2569) ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ทำหน้าที่โฆษกกรมชลประทาน เข้าร่วมการประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (Joint Information and Communication Center: JICC) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและบูรณาการข้อมูลมาตรการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ ณ ห้องประชุมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร โดยมี นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม
จากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด กรมชลประทานยังคงเดินหน้าบริหารจัดการน้ำควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ โดยเร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง ควบคุมระดับน้ำในลำน้ำสายหลัก พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จาก 2,400 เหลือ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่คืนวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา และหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ตอนบน มีแนวโน้มจะสามารถปรับลดการระบายน้ำได้อีกตามสถานการณ์ ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานทั้งสองฝั่ง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลและลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ
ด้านการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรา 26 เครื่อง และชลบุรี 9 เครื่อง รวม 35 เครื่อง พร้อมมีแผนติดตั้งเพิ่มอีก 40 เครื่อง บริเวณสะพานพระยาศรีสุนทรโวหาร อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงประสานกองทัพเรือสนับสนุนการเตรียมความพร้อมบริเวณสะพานหมายเลข 7 มอเตอร์เวย์ และสะพานเทพหัสดิน ซึ่งเป็นจุดสำรองสำหรับติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามสถานการณ์ พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 39 เครื่อง ครอบคลุม 8 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยง
ขณะเดียวกัน ได้เสริมเครื่อง Hydroflow และ Floating Pump ที่สถานีปากคลองรังสิตและสถานีจุฬาลงกรณ์ เพิ่มกำลังระบายน้ำรวม 16.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตลอดจนติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในลุ่มน้ำท่าจีน 8 เครื่อง และลุ่มน้ำแม่กลอง 12 เครื่อง รวม 20 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลและลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำแม่กลองที่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ได้เตรียมความพร้อมรับมือฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม โดยกำชับหน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำ พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรเครื่องมือให้พร้อมปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดฝนตกหนัก
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที หากประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำท่วมขัง คันกั้นน้ำชำรุด ประตูระบายน้ำขัดข้อง หรือเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ โทร. 02-583-3495 หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460 รวมถึงช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน เพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง