ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 กรมชลประทาน เดินหน้ารับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือด้านน้ำจากหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
จากการรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประสานงานฯ ได้เร่งประสานและสนับสนุนการปฏิบัติงานในหลายพื้นที่ อาทิ
ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ประสานสนับสนุนเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ หมู่บ้านสินทอง ซอยร่มเกล้า 28 ซึ่งมีน้ำท่วมขัง พร้อมประสานตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเครื่องสูบน้ำที่หมู่บ้านพาราไดซ์ การ์เด้นท์ ซอยร่มเกล้า 19 เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
ส่วนที่จังหวัดปทุมธานี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในหลายจุด อาทิ ประตูระบายน้ำ(ปตร.)คลองวัว, ทรบ.คลองบางพูน, ตำบลบางพูน, ตำบลบ้านใหม่ ปตร.ปากคลองส่งน้ำ 2 ซ้าย, คลองระบายน้ำที่ 7 กม.17+850, บริเวณหมู่บ้านพรธิสาร 6, ทรบ.1 ตำบลแยกใต้ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
สำหรับพื้นที่ รังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง ได้สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำบริเวณ ปตร.บึงฝรั่ง พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ Hydroflow ขนาด 42 นิ้ว จำนวน 2 ชุด บริเวณปากคลองรังสิต เพื่อเร่งผลักดันและระบายน้ำออกจากพื้นที่ ขณะที่บริเวณ ปตร.คลอง 3 ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ Hydroflow ขนาด 12 นิ้ว เพื่อช่วยระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่
ที่จังหวัดนครนายก ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่หมู่บ้านสวนแสนสุขและหมู่บ้านบารมี หมู่ที่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเร่งผลักดันมวลน้ำออกจากพื้นที่
ส่วนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 34 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงสู่ทะเลและลดผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำบางปะกงที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการติดตั้งที่บริเวณคลองท่าลาด อำเภอพนมสารคาม 2 เครื่อง คลองแสนแสบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว 10 เครื่อง คลองนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา 10 เครื่อง และคลองประเวศ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา 12 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้ประสานขอสนับสนุนดินลูกรังเพิ่มเติม 100 คันรถ และรถแบ็กโฮแขนมาตรฐาน จำนวน 4 คัน เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่
สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณ ปตร.บ้านโพธิ์ 2 ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอบางปะอิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
ขณะที่ จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี และสมุทรสาคร ศูนย์ประสานงานฯ ได้รับข้อเสนอและข้อร้องขอจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำแม่กลองและไหลเข้าคลองสาขา บริเวณปากคลองต่าง ๆ อาทิ คลองตาเมี่ย คลองลัดหลักแปด คลองบางกล้วย คลองบางคนที คลองบางน้อย และคลองท่าคา ซึ่งศูนย์ประสานงานฯ จะรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันอุทกภัยในระยะต่อไป
เนื่องจากขณะนี้มีการร้องขอเครื่องสูบน้ำเข้ามาเป็นจำนวนมาก ศูนย์ประสานงานฯ จึงเร่งจัดลำดับความสำคัญของภารกิจ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และรถติดตั้งจากสำนักงานชลประทานทั่วประเทศ เข้ามาสนับสนุนภารกิจ ให้สามารถกระจายกำลังและเครื่องจักรลงพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ระบายน้ำในสายหลัก พร้อมสนับสนุนเครื่องสูบน้ำพื้นที่ชุมชน เขตเมือง และคลองระบายขนาดเล็ก ตามความเหมาะสมของพื้นที่ต่อไป
ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 กรมชลประทาน ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งประสาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดผลกระทบ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด
ประชาชนหรือหน่วยงานที่ประสบปัญหาด้านน้ำและต้องการขอรับการสนับสนุน สามารถประสานมายัง ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569
02-583-3495
สายด่วนกรมชลประทาน 1460
ช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน