กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

อธิบดีกรมชลฯ ติดตามแก้วิกฤตน้ำ หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย เร่งระบายพื้นที่ท่วมขัง บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

02 ตุลาคม 2569

0

0

วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) เวลา 18.00 น. นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัยและติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เพื่อติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่ พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำและเร่งนำน้ำออกจากพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมเชื่อมต่อผ่านระบบ Video Conference กับโครงการชลประทานในพื้นที่
.
ภาพรวมสถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนบางแห่งเริ่มทรงตัวและลดลง ทำให้สามารถทยอยปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้มากขึ้น ขณะที่พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง กรมชลประทานยังคงระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่เข้าไปเร่งระบายน้ำ พร้อมบริหารน้ำในระบบเพื่อไม่ให้การระบายจากพื้นที่หนึ่งไปเพิ่มผลกระทบต่ออีกพื้นที่หนึ่ง
.
ในส่วนของลุ่มน้ำแม่กลอง สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มลดลง จากช่วงก่อนหน้าที่เขื่อนแม่กลองระบายน้ำมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ล่าสุดเวลา 20.00 น. วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) ลดการระบายลงเหลือ 1,586 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจะทยอยลดลง หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม โดยศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าเขื่อนแม่กลอง สำนักงานชลประทานที่ 13 จะปรับการระบายน้ำให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า พร้อมควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 22.60–22.70 เมตร เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายให้มากที่สุด
.
ส่วน ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ยังคงติดตามปริมาณน้ำเหนือและน้ำจากลำน้ำสาขาอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนพระราม 6 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้สอดคล้องกันทั้งระบบ โดยคำนึงถึงทั้งการรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนและผลกระทบต่อประชาชนด้านท้าย
.
ด้าน พื้นที่ฝั่งตะวันออก ทั้งนครนายกและบางปะกง ยังคงเร่งสูบและระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน–2 ตุลาคม 2569 สามารถระบายน้ำผ่านระบบได้สะสมรวม 423.02 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมปรับการเดินเครื่องสูบน้ำตามระดับน้ำและสภาพพื้นที่ เพื่อให้น้ำระบายได้อย่างต่อเนื่องและลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ
.
ขณะเดียวกัน ได้เตรียมบริหารพื้นที่ว่างในอ่างเก็บน้ำสำคัญของภาคตะวันออก อาทิ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น โดยจะพิจารณาการระบายให้เหมาะสมกับน้ำที่ไหลเข้าอ่าง สภาพลำน้ำด้านท้าย และความสามารถในการรับน้ำของแต่ละพื้นที่
.
สำหรับ การเคหะชุมชนออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กรมชลประทานติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 3 เครื่อง ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง และขนาด 6 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลงคลองออเงิน ก่อนที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร จะรับช่วงระบายต่อผ่านคลองลาดพร้าวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดระดับน้ำในพื้นที่ ลดลงแล้วประมาณ 10 เซนติเมตร และยังคงเดินเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
.
ทั้งนี้ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับทุกพื้นที่ให้เร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขัง พร้อมตรวจสอบทางน้ำ ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรกลให้พร้อมใช้งาน รวมทั้งเร่งแก้ไขจุดที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ และเตรียมเครื่องจักรกับเจ้าหน้าที่ไว้ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง รวมถึงติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มมีฝนเพิ่มขึ้น เริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนส่งผลถึงภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป จึงกำชับทุกพื้นที่เร่งพร่องน้ำในระบบและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำตามความเหมาะสม เพื่อเตรียมพร้อมหากมีฝนตกหนักเพิ่มเติม
.
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่จะเริ่มมีทิศทางดีขึ้น แต่กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์จริง โดยจะเร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ ควบคู่กับการบริหารเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทานให้มีพื้นที่รองรับน้ำ เพื่อ ลดระยะเวลาน้ำท่วมขังและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง