กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

กรมชลประทานร่วมประชุม คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 6/2569

30 กันยายน 2569

0

0

วันนี้ (30 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และนายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 6/2569 โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุม
ในการประชุม กรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์น้ำในลำน้ำสายหลัก ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ แนวโน้มสถานการณ์น้ำ การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมประมาณ 57,207 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุอ่าง ขณะที่ปริมาณน้ำกักเก็บรวมยังน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 1,369 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69 เวลา 16.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,515 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุลำน้ำ ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา (C.13) จังหวัดชัยนาท มีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดเป็นร้อยละ 81 ของความจุลำน้ำ ทั้งนี้ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมหน่วงและชะลอปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
ทั้งนี้ จากแนวโน้มปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ โดยปัจจุบัน เวลา 16.00 น. เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำเหนือเขื่อนจะเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำเป็นรายวัน เพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้น และระดับน้ำเหนือเขื่อนแม่กลองมีแนวโน้มสูงขึ้น ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69 เวลา 16.00 น. เขื่อนแม่กลองระบายน้ำอัตรา 2,093 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ มวลน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนแม่กลองจะไหลตามลำน้ำผ่านพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ก่อนลงสู่อ่าวไทย โดยพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจะแตกต่างกันตามอัตราการระบายน้ำ กรมชลประทานได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามระดับน้ำและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และระบบชลประทานให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์ฝน น้ำท่า และปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินสถานการณ์ และแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง