นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เดินหน้าปรับรูปแบบการบริหารจัดการน้ำให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง จากสภาพภูมิอากาศ ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประกาศขับเคลื่อนกรมชลประทานสู่การเป็น “องค์กรอัจฉริยะด้าน Water Security” ภายใต้แนวคิด “ONE RID : หนึ่งพลัง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน” พร้อมกำหนด 9 นโยบายหลัก และ 9 ภารกิจเร่งด่วนภายใน 90 วัน เพื่อเปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติที่เห็นผลและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม หวังยกระดับการบริหารจัดการน้ำและการทำงานของกรมชลประทานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้
1. Smart Water นำ AI ข้อมูล และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารจัดการน้ำ เชื่อมโยงข้อมูลแบบใกล้เคียงเวลาจริง พัฒนา Smart Dam, Smart Canal, Telemetry และ SCADA เพื่อช่วยคาดการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจ ลดเวลาการทำงานและการสูญเสียน้ำ พร้อมยกระดับความแม่นยำในการคาดการณ์น้ำให้มากยิ่งขึ้น
2. Basin One Plan บริหารจัดการน้ำแบบมองทั้งลุ่มน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงข้อมูลและแผนงานของทุกหน่วยงานผ่าน One Basin Dashboard เพื่อให้การตัดสินใจด้านน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลุ่มน้ำสำคัญมีแผนบริหารจัดการน้ำที่ครบถ้วน
3. Water Augmentation เพิ่มศักยภาพน้ำต้นทุนของประเทศ ทั้งการพัฒนาอ่างเก็บน้ำ โครงการตามแนวพระราชดำริ แก้มลิง ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิม เพิ่มความจุ รวมถึงการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและพื้นที่ได้รับประโยชน์ รองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต
4. Trust RID ยกระดับกรมชลประทานให้เป็นองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และบริหารความเสี่ยงเชิงรุก พร้อมติดตามผลสัมฤทธิ์ของงานและส่งเสริมบุคลากรต้นแบบด้านคุณธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
5. High Value Agriculture ส่งเสริมการเกษตรมูลค่าสูง ใช้น้ำน้อย สร้างรายได้สูง โดยวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน ส่งเสริมการทำนาเปียกสลับแห้ง (AWD) การเกษตรแม่นยำ และการจัดทำ Water Budget เพื่อเพิ่มผลิตภาพการใช้น้ำ เป้าหมายคือเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้น้ำที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น
6. Reduce Flood and Drought ลดความเสียหายจากภัยพิบัติด้านน้ำ ด้วยการปรับปรุงระบบระบายน้ำและโครงสร้างป้องกันภัย ควบคู่ระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนแบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ สามารถแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
7. Green RID เดินหน้าสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ปรับเปลี่ยนสู่ Green Office นำเทคโนโลยีมาทดแทนเพื่อลดการใช้พลังงาน รวมถึงพัฒนาโครงการและระบบชลประทาน โดยคำนึงถึงการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
8. Together RID รวมพลังบุคลากรกรมชลประทานเป็นหนึ่งเดียว สร้างการทำงานที่เปิดกว้าง ลดข้อจำกัดของลำดับชั้น กระจายอำนาจ และส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรม พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและสมรรถนะรองรับการบริหารจัดการน้ำยุคใหม่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและขับเคลื่อนภารกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
9. Participatory Governance การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม เปิดให้ประชาชน ท้องถิ่น และกลุ่มผู้ใช้น้ำเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การจัดสรรน้ำ ไปจนถึงการติดตามและบำรุงรักษาระบบชลประทาน พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมรายงานสถานการณ์และสะท้อนปัญหา เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำตอบโจทย์พื้นที่มากยิ่งขึ้น