กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้817
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้99
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้817
mod_vvisit_counterเดือนนี้12011
mod_vvisit_counterทั้งหมด11520950

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน กรมชลฯประชุมเข้มสั่งการหัวหน้าโครงการชลประทานทั่วประเทศเตรียมรับมือฝนหนักปี52
กรมชลฯประชุมเข้มสั่งการหัวหน้าโครงการชลประทานทั่วประเทศเตรียมรับมือฝนหนักปี52

           520602
   













   เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2552 นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เรียกประชุมผู้บริหารโครงการชลประทานทั่วประเทศ สั่งเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝน และฤดูน้ำหลาก พร้อมนำแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยใช้แก้มลิงมาบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังการประชุมผู้บริหารกรมชลประทานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคว่า เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝนตนได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ วางแผนในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่างๆให้ดี โดยให้ดำเนินการพร่องน้ำในเขื่อนและพื้นที่ลุ่มทุกแห่ง เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่มาเร็วในปีนี้ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้ และขณะนี้ในส่วนของเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ได้ทำการระบายน้ำตามเกณฑ์การเก็บกักแล้ว(ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค.)โดยจะมีปริมาณน้ำอยู่ประมาณร้อยละ 56 ของปริมาณความจุ ซึ่งจะสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้กว่า 32,500 ล้านลูกบาศก์เมตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมชลประทานได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาและรับมือน้ำท่วมในการใช้ แก้มลิงให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาเป็นหลักในการบริหารจัดการน้ำ และระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเฉพาะการระบายน้ำเข้าและออกเข้าจากแก้มลิงให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำตามธรรมชาติ เพื่อให้มีพื้นที่เหลือไว้รองรับปริมาณน้ำฝนสามารถป้องกันน้ำท่วม และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้ ด้านนายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง จึงขอเตือนประชาชนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าหากทางระบายน้ำมีปัญหา เพราะจะได้เข้าไปเปิดทางน้ำก่อนที่น้ำเหนือจะมาสมทบ พร้อมกันนี้กรมชลประทานได้เตรียมขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช และเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว 1,200 เครื่อง เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง และได้แต่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจควบคุมบริหารจัดการน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและหน่วยบรรเทา สาธารณภัยในท้องถิ่นเป็นกรรมการร่วมกับกรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทัน