กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้17
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้772
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2409
mod_vvisit_counterเดือนนี้13603
mod_vvisit_counterทั้งหมด11522542

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก ข่าวเด่นชลประทาน ชป.สั่งทุกโครงการฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก หลังอุตุฯเตือนพายุฤดูร้อน
ชป.สั่งทุกโครงการฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก หลังอุตุฯเตือนพายุฤดูร้อน

 klx1klx3

 

กรมชลประทาน สั่งทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศแจ้งเตือนพายุฤดูร้อนตอนบนประเทศไทย ส่งผลฝนฟ้าคะนองในระยะนี้
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน เรื่อง "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ในช่วงวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2563 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นั้น
กรมชลประทาน ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้พร้อมเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ โดยให้บุคลากรประจำอยู่ในพื้นที่ เพื่อสามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที และได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำท่า ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ หากมีฝนตกลงมาในบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำ ย่อมจะส่งผลดีในการเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก รวมทั้งปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำสายหลักต่างๆด้วย ทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่การเกษตร การรักษาระบบนิเวศ และการผลักดันค่าความเค็มด้วย อย่างไรก็ตาม จะต้องบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำในให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัดและปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับฝนที่ตกลงมา โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้โครงการชลประทาน ตรวจสอบอาคารชลประทานทุกแห่ง ให้สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ รวมทั้งการกำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้เป็นไปตามเกณฑ์การเก็บกัก ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้มีการแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำล้นตลิ่ง อีกทั้ง ยังให้จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ประจำไว้ในพื้นที่แล้ว หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา