กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้748
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้763
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2913
mod_vvisit_counterเดือนนี้2254
mod_vvisit_counterทั้งหมด11540710

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก ข่าวโครงการพระราชดำริ องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่จบุรีรัมย์
องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่จบุรีรัมย์

 yya2yya1yya4yya5

วันที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 10.30 น. นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเกียรติศักดิ์ หนูเเก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นายเทิดพงศ์ ไทยอุดม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 8 ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

โอกาสนี้ นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้รายงานสรุปผลการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 8 ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่รวมกันทั้งหมด 29.8 ล้านไร่ สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่การเกษตรได้ 18 ล้านไร่ ในขณะเดียวกันก็ได้มีการพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน 1.36 ล้านไร่ ซึ่งทั้ง 4 จังหวัด ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำมูลเป็นหลัก ที่ผ่านมากรมชลประทานได้มีการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวม 118 โครงการ จะมีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 1,885 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 21.9% ของปริมาณน้ำท่าซึ่งมีปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 8,596 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเก็บกักอยู่ที่ 571 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นปริมาตรน้ำที่ใช้การ 469 ล้าน ลบ.ม.
กรมชลประทานได้มีการวางแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในช่วง ปี 2562/2563 ประมาณ 412 ล้าน ลบ.ม. โดยจะแบ่งความสำคัญออกเป็น น้ำอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ เพื่อการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

โดยโครงการชลประทานที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ และจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2563 มีทั้งสิ้น 42 โครงการ จะทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 22 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 32,000 ไร่ สำหรับโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาปี 2564-2566 มีจำนวนทั้งหมด 428 โครงการ หากแล้วเสร็จจะมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 266 ล้าน ลบ.ม. สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 750,000 ไร่ ในส่วนของการการแก้ไขปัญหาภัยแล้งนั้น กรมชลประทานได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2562/2563 ขึ้น โดยได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 87 เครื่อง เครื่องจักรกล จำนวน 5 คัน รถบรรทุกน้ำ จำนวน 19 คัน ทั่วทั้ง 4 จังหวัด และในกรณีที่ฝนมาล่าช้ากว่าที่กำหนด ทางกรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือสำหรับพร้อมใช้งานให้กับ 111 หน่วย เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำลำนางรองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สืบเนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา บริเวณพื้นที่อำเภอโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้ขัดขวางการพัฒนาทุกรูปแบบ มีการต่อสู้ที่รุนแรงในพื้นที่มีการปล้นสะดมตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ราษฎรไม่สามารถออกไปทำกินนอกหมู่บ้านได้ ความรุนแรงของสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ ราษฎรที่กระจายกันทำกินอยู่ทั่วพื้นที่ อพยพเข้ามาอยู่ในบ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง ก่อให้เกิดปัญหาความแออัดอดอยากทุกข์ยากแสนสาหัส ความได้ทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2521 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้อธิบดีกรมชลประทานในขณะนั้น เข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชดำริให้พิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำและฝายทดน้ำบริเวณต้นน้ำลำนางรอง

ต่อมาวันที่ 31 ตุลาคม 2521 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ให้อธิบดีกรมชลประทานเข้าเฝ้า เพื่อรับพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำลำนางรองโดยทรงให้พิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว ที่หมู่บ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง ในปี พ.ศ. 2522 แล้วเสร็จในปีเดียวกันและดำเนินการสร้างเขื่อนลำนางรองในปี พ.ศ. 2523 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2525 รวมทั้งสร้างอ่างเก็บน้ำลำปะเทีย ในปี พ.ศ. 2525 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2527 และได้สร้างอ่างเก็บน้ำลำจังหันในปี พ.ศ. 2529 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2534ซึ่งในปี พ.ศ. 2529 กรมชลประทาน ได้อนุมัติตั้งเป็นโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง สังกัดสำนักงานชลประทานที่ 8 เพื่อควบคุมการจัดการจัดสรรน้ำให้แก่เกษตรกรในการเพาะปลูกพืชและดูแลการบำรุงรักษาอาคารชลประทานให้สามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา ปัจจุบันมีอ่างเก็บน้ำอยู่ในความรับผิดชอบจำนวน 4 อ่าง คือ 1.อ่างเก็บน้ำคลองมะนาว 2. เขื่อนลำนางรอง 3. อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย4. อ่างเก็บน้ำลำจังหัน

ในการนี้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ได้เน้นย้ำให้กรมชลประทานจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค และร่วมกันบูรณาการน้ำในทุกมิติ เพื่อให้เป็นน้ำสำหรับความมั่นคงในการดำรงชีวิต ลดความเดือดร้อน ทั้งยังสามารถกระจายน้ำเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับราษฎร ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน พระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ตลอดไป

จากนั้นในเวลา 13.30 น. นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำลำจังหันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปโครงการฯ และพบปะราษฎรผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการและร่วมปล่อยพันธุ์ปลาจำนวน 100,000 ตัว จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโครงการประตูระบายน้ำบ้านเทพพยัคฆ์ ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปข้อมูลโครงการและร่วมดูสภาพพื้นที่โครงการ พร้อมพบปะเกษตรกรและผู้อยู่ในพื้นที่รับประโยชน์จากโครงการ