กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้14
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้772
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2406
mod_vvisit_counterเดือนนี้13600
mod_vvisit_counterทั้งหมด11522539

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน รมว.กษ.นำสื่อมวลชนลงเรือตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา
รมว.กษ.นำสื่อมวลชนลงเรือตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา




530612-07530612-11















530612-10530612-09
















530612-08














         

          เมื่อวันที่ 11  มิถุนายน 2552 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎา    แก้วกัลยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายเจริญ ภัสระ  ผู้ว่าการการประปานครหลวง นำคณะสื่อมวลชน ลงเรือตรวจสภาพน้ำ โดยการตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา และดูการบริหารจัดการน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงที่จะสูงขึ้นอีกช่วง ระหว่างวันที่ 12-18 มิถุนายน 2553 เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับสถานีสูบน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานี                                                                                                                      


          ดังนั้น ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงและรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการช่วยเหลือ  โดยการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองบริเวณเหนือเขื่อนแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี ลงสู่คลองจระเข้สามพัน รับน้ำเข้าคลองสองพี่น้องระบายลงสู่แม่น้ำท่าจีน แล้วรับน้ำจากแม่น้ำท่าจีนเข้าคลองพระยาบรรลือ ก่อนระบายน้ำ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตอนบนของโรงสูบน้ำสำแล เพื่อเจือจางและผลักดันน้ำเค็มที่รุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล  ทำให้สามารถสูบน้ำดิบนำไปผลิตประปาได้ตามปกติ


          สำหรับ การนำคณะสื่อมวลชนลงเรือ เพื่อตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ ได้มีการกำหนดจุดตรวจวัดไว้    3 จุด คือ บริเวณท่าน้ำนนทบุรี บริเวณปากคลองเชียงรากน้อย และบริเวณโรงสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี โดยค่าความเค็มในแม่น้ำที่สามารถนำไปผลิตน้ำประปาได้จะต้องไม่เกิน 0.20 กรัมต่อลิตร และเพื่อการเกษตรจะต้องไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร ทั้งนี้ นอกจากการตรวจวัดค่าความเค็มแล้ว ยังได้มีการตรวจวัดค่าออกซิเจนในน้ำ(ค่า
DO) ที่จำเป็นสำหรับสัตว์น้ำ โดยจะต้องมีค่ามากกว่า 3  มิลลิกรัมต่อลิตร ขึ้นไป


          อย่างไรก็ตาม ในการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น กรมชลประทาน จะทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถนำไปใช้ได้ในทุกภาคกิจกรรม โดยในช่วงฤดูแล้ง จะมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ถี่ขึ้น เนื่องจากในช่วงนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะลดต่ำลงและไหลช้ากว่าในช่วงฤดูฝน  จึงเป็นเหตุให้มีน้ำเค็มรุกล้ำเข้าไปได้ไกลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ จะอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่เขื่อนทั้ง 2 แห่ง ยังคงทำหน้าที่รักษาระบบนิเวศน์ในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯด้วย