กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้497
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้99
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้497
mod_vvisit_counterเดือนนี้11691
mod_vvisit_counterทั้งหมด11520630

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน กรมชลประทาน จับมือ กฟภ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ที่ประตูระบายน้ำ
กรมชลประทาน จับมือ กฟภ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ที่ประตูระบายน้ำ



530507-1530507-2













530507-3530507-4













530507-5530507-6













530507-7













               3 หน่วยงาน จับมือพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ประตูระบายน้ำและอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน กว่า 33,000 แห่งทั่วประเทศ คาดได้กระแสไฟฟ้า 200-300 เมกะวัตต์  เผยพลังงานที่สะอาด ต้นทุนต่ำ รักษาสิ่งแวดล้อม  ย้ำไม่มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม

                นายชลิต  ดำรงศักดิ์  อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า   กรมชลประทาน ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)  และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ประตูระบายน้ำและอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานทั่วประเทศ    เพื่อเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าในอนาคต  รวมทั้งยังจะช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน  ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างคุ้มค่า และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

                ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะที่ 1  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะทำการศึกษาวางแผนหลัก  โดยจะศึกษาครอบคลุมถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กทั้งแบบน้ำไหลผ่าน(พลังงานจลน์)สำหรับผลิตไฟฟ้าที่ประตูระบายน้ำ  และแบบพลังน้ำ(พลังงานศักย์) สำหรับอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานทั่วประเทศ  รวมทั้งการจัดอันดับความสำคัญก่อนหลังของการดำเนินงานในระยะที่ 2 โดยจะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 1 ปี  

                ระยะที่2 เป็นการนำผลการศึกษาในระยะที่ 1 มาดำเนินการออกแบบเพื่อดำเนินการก่อสร้างให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และระยะที่ 3 เป็นการบริหารและการใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว 

                อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า   จากการสำรวจประตูระบายน้ำและอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานทั่วประเทศในเบื้องต้นพบว่า มีศักยภาพที่จะพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กได้ประมาณ 33,000 แห่ง ซึ่งจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้ารวมได้ประมาณ 200-300 เมกะวัตต์(MW)  โดยจะไม่มีผลกระทบใดๆต่อปริมาณการใช้น้ำเพื่อการการเกษตร อุปโภคบริโภค  การรักษาระบบนิเวศ  และอุตสาหกรรม   เนื่องจากเป็นการปล่อยน้ำผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้าก่อนที่จะนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆเท่านั้น

                นายอดิศร เกียรติโชควิวัฒน์  ผู้ว่าการ กฟภ. กล่าวว่า  การดำเนินโครงการดังกล่าว กฟภ.เป็นหน่วยงานสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา ออกแบบ และดำเนินการก่อสร้าง รวมทั้งการบริหารจัดการใช้ประโยชน์จากโครงการ  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 20 % ภายในปี 2556ซึ่งในส่วนของการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กตามปกติแล้วจะใช้เงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาทต่อไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ (1,000 กิโลวัตต์)  แต่ไฟฟ้าที่ได้จะมีต้นทุนการผลิตเพียงหน่วยละ 2.15 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำมาก และอนาคตจะใช้เป็นต้นแบบของโครงการสถานีผลิตพลังงานชุมชนของ กฟภ.

                รศ.วุฒิชัย  กปิลกาญจน์  อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า  มหาวิทยาลัยเกษตรฯ จะรับผิดชอบในการจัดหาบุคลากรที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญมาทำการศึกษาวางแผนหลัก และออกแบบรายละเอียด ซึ่งพลังน้ำที่ได้ยังถือเป็นพลังงานที่สะอาดไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  และจะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าเชื้อเพลิงอีกด้วย

------------------------------------------