กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้626
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้769
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3787
mod_vvisit_counterเดือนนี้14981
mod_vvisit_counterทั้งหมด11523920

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน รมว.กษ. แถลงแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา 52/53
รมว.กษ. แถลงแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา 52/53


521221


















เมื่อวันที่  18 ธันวาคม 2552   นายธีระ วงศ์สมุทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นประธานแถลงข่าว แผนการจัดสรรน้ำและแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2552/2553 โดยมีนายชลิต  ดำรงศักดิ์  อธิบดีกรมชลประทาน และนายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมด้วย  ณ โรงแรมชัยนาทธานี จังหวัดชัยนาท

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำฯ ในเขตโครงการเจ้าพระยาใหญ่ ในปี2552/2553ของกรมชลประทาน     วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 -  30 เมษายน 2553 ได้กำหนดการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ประมาณ 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จัดสรรจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกัน 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  400 และ600 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ นอกจากนี้จะผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาอีกประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยในปีนี้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกในเขตชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประมาณ 5.54 ล้านไร่ แยกเป็นข้าวนาปรังประมาณ 4.45  ล้านไร่ และพืชไร่- พืชผัก ประมาณ 0.08 ล้านไร่  บ่อปลา-บ่อกุ้ง ประมาณ 0.30 ล้านไร่  ไม้ผล- ไม้ยืนต้น ประมาณ 0.40 ล้านไร่  อ้อย ประมาณ 0.24 ล้านไร่ และอื่นๆ ประมาณ 0.07 ล้านไร่ รวมทั้งการใช้น้ำของโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรอีกประมาณ 0.46 ล้านไร่  ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายน้อยกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมา

ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้การปลูกพืชเป็นไปตามแผนที่กำหนด พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรทำนาปรังรอบเดียวเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำได้