กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้496
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้99
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้496
mod_vvisit_counterเดือนนี้11690
mod_vvisit_counterทั้งหมด11520629

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลา
นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลา

521130-1



















               ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลา และฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัย ปี 2552 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองร.1) ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี อธิบดีกรมชลประทาน รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ และคณะให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552
นายดนัยวิทย์ สายบัณฑิต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา บรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2552 ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นลุ่มน้ำที่ใหญ่และมีเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องปริมาณฝน 3 วัน (20-22 พฤศจิกายน 2552) วัดได้ 353 มิลลิเมตร โดยตกปริมาณใกล้เคียงกันกระจายทั้งลุ่มน้ำพื้นที่ 2,400 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่าจำนวนมากในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาปริมาณน้ำท่าสูงสุดวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 วัดได้ 976.8 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยระบายลงคลองอู่ตะเภา 401.1 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และคลองระบายน้ำ ร.1 575.7 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่มากกว่าปี 2531 (ปริมาณน้ำ 839 ลูกบาศก์เมตร/วินาที) เทียบเท่าปี 2543 (ปริมาณน้ำ 970.85 ลูกบาศก์เมตร/วินาที) ซึ่งปี 2543 เกิดน้ำท่วมหนักในตัวเมืองหาดใหญ่ ระดับน้ำท่วมสูง 3.00 เมตร ขณะนั้นไม่มีคลองระบายน้ำ ร.1 ทำให้เกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจเป็นมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท และมีผู้เสียชีวิต 30 คน
การระบายน้ำในคลองระบายน้ำ ร.1 และคลองอู่ตะเภาสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ในเขตตัวเมืองหาดใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ