กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้762
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้743
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2164
mod_vvisit_counterเดือนนี้1505
mod_vvisit_counterทั้งหมด11539961

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน อธิบดีกรมชลประทานนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จแก้มลิงธรรมชาติ “ทุ่งท่าวุ้ง” จังหวัดลพบุรี
อธิบดีกรมชลประทานนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จแก้มลิงธรรมชาติ “ทุ่งท่าวุ้ง” จังหวัดลพบุรี



521103-1
















                นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสาทร เรืองจิระอุไร ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 และนายนพพร ชัยพิชิต ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท แก้มลิงธรรมชาติทุ่งท่าวุ้ง หนองสมอใส จังหวัดลพบุรี และทะเลสาบบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงน้ำหลากกับคณะสื่อมวลชน ว่า กรมชลประทานใช้เขื่อนเจ้าพระยาเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในภาวะสมดุลมากที่สุด โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมกับพยายามลดผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีฝนตกหนักเหนือเขื่อน มีปริมาณน้ำจำนวนมาก กรมชลประทานพยายามบริหารจัดการน้ำ โดยใช้พื้นที่แก้มลิงเป็นเครื่องมือในการบรรเทาปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเป็นทุ่งรับน้ำนองเดิมตามธรรมชาติ นายชลิต กล่าวว่า ขณะนี้กรมชลประทานประสบความสำเร็จในการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิงที่ใช้รับน้ำในฤดูน้ำหลากในพื้นที่นำร่อง “ทุ่งท่าวุ้ง” อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จำนวน 25,000 ไร่ โดยมีหลักสำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของเกษตรกร ซึ่งหน่วยงานของกรมชลประทานได้ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่หาแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมให้สามารถทำการเกษตรได้เต็มศักยภาพ โดยในพื้นที่ทุ่งท่าวุ้งนี้สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากได้มากถึง 80 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก โดยการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการปลูกข้าวของเกษตรกรที่เดิมทำนาปีระหว่างเดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์ และมักถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นประจำในฤดูฝน มาเป็นการปลูกข้าวนาปรังปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างเดือนธันวาคม-มีนาคม และครั้งที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม แทน โดยงดปลูกข้าวในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม และปรับให้เป็นแก้มลิงธรรมชาติที่สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นกรมชลประทานยังได้บริหารจัดการน้ำที่เก็บกักไว้ในแก้มลิงธรรมชาติให้มีประโยชน์สูงสุดโดยนำน้ำที่รองรับไว้มาใช้ในการเตรียมแปลงก่อนการเพาะปลูก และปริมาณน้ำในคลองสายหลักยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สามารถนำไปใช้ในฤดูแล้งต่อไป ทำให้พื้นที่ทุ่งท่าวุ้งสามารถทำนาได้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งกรมชลประทานจะนำเอาความสำเร็จของทุ่งท่าวุ้งนี้ไปขยายผลในพื้นที่ลุ่มต่ำอื่นอีกต่อไป