กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้812
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้99
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้812
mod_vvisit_counterเดือนนี้12006
mod_vvisit_counterทั้งหมด11520945

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน อธช.ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีในโอกาสตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานใน จ.อุบลราชธานี
อธช.ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีในโอกาสตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานใน จ.อุบลราชธานี

521019












             อธช.ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีในโอกาสตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานใน จ.อุบลราชธานี พร้อมรายงานการดำเนินตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในพื้นที่ภาคอีสาน
             เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2552 นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในจังหวัดอุบลราชธานี ณ อุทยานหนุมาน อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี อธิบดีกรมชลประทานรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมชลประทานตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ว่า แผนการพัฒนาด้านแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 มีจำนวน 2,361 โครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นเป็น 6.47 ล้านไร่ และมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้นเป็น 11,014 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตรได้ประมาณ 853,928 ไร่ ราษฎรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร 133,000 ครัวเรือน มีการจ้างแรงงานในระหว่างการก่อสร้าง 524,000 คน รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่ชลประทานเดิมให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 1,200,000 ไร่ สำหรับในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีนั้น กรมชลประทาน ได้วางแผนการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 623 โครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนจะทำให้มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นเป็น 493,000 ไร่ และมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้นเป็น 2,300 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตร ทำให้ราษฎรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร เพิ่มขึ้นประมาณประมาณ 12,000 ครัวเรือน มีการจ้างแรงงานในระหว่างการก่อสร้าง ประมาณ 21,000 คน รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่ชลประทานเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นประมาณ 110,000 ไร่