กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้704
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้764
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2163
mod_vvisit_counterเดือนนี้10230
mod_vvisit_counterทั้งหมด11519169

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก รอบรั้วชลประทาน ชาวเมืองกาญจน์หนุนสร้างอ่างฯลำอีซูแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอ.บ่อพลอย
ชาวเมืองกาญจน์หนุนสร้างอ่างฯลำอีซูแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอ.บ่อพลอย


                                                       520928-1


              ชาวบ้านหนุนกรมชลประทานขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู จ.กาญจนบุรี มั่นใจแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เผยผลประโยชน์มหาศาลกว่าปีละ 75 ล้านบาท เร่งประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯขอใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม นายประวัติวิทย์ สวัสดิ์ดวง ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมบริหาร สำนักชลประทานที่ 13 เปิดเผยในงานสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการศึกษา สำรวจ ออกแบบ ขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู ตำบลหนองรี อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรีว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 92 ต้องการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าจะทำให้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี และมีน้ำเพียงพอสำหรับการทำเกษตรกรรมอีกด้วย โดยผลการศึกษาพบว่าจะให้มูลค่าผลประโยชน์ทางการเกษตรถึงปีละ 73.50 ล้านบาท และผลประโยชน์จากน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอีกประมาณ 2.37 ล้านบาท สำหรับอ่างเก็บน้ำลำอีซู มีความจุเก็บกักประมาณ 1.78 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำของราษฎรที่เพิ่มขึ้นบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำ ทั้งทางด้านอุปโภค บริโภค และการเกษตร นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย เนื่องจากอ่างเก็บน้ำรองรับปริมาณน้ำหลากได้น้อย ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมบริหาร สำนักชลประทานที่ 13 กล่าวว่า โครงการขยายความจุของอ่างเก็บน้ำลำอีซู จะขยายความจุเพิ่มขึ้นเป็น 15.96 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานได้กว่า 5,000 ไร่ ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอบ่อพลอย และยังใช้เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามในการขยายความจุของอ่างเก็บน้ำลำอีซู จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้างเล็กน้อย โดยจะทำให้มีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระประมาณ 1,204 ไร่ ซึ่งสภาพป่าในปัจจุบันเป็นป่าเสื่อมโทรม ป่าไผ่ ไม้พุ่ม และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งชาวบ้านได้บุกรุกเข้าถือครองทำประโยชน์ แต่ไม่มีพันธุ์พืชชนิดใดใกล้สูญพันธุ์ ส่วนสัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นนก ไม่มีสัตว์สงวนในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้กรมชลประทานเตรียมที่จะทำหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่วนผลกระทบต่อพื้นที่ของราษฎรนั้น กรมชลประทานจะพิจารณาจ่ายค่าชดเชยอย่างเต็มที่ และยุติธรรม ภายใต้กฎระเบียบที่กำหนด เพราะถือว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อประชาชนส่วนใหญ่