ผู้ออนไลน์

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ผู้เขียนโครงการสูงสุด

กลุ่มพิจารณาโครงการ สชป.17: 134 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.16: 89 รายการ
ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.2: 69 รายการ
กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ: 54 รายการ
กลุ่มพิจารณาโครงการ สชป.4: 42 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.5: 28 รายการ
กลุ่มกิจกรรมพิเศษ สชป.1 นายจักรกฤษณ์ ชมภูบาง : 23 รายการ
อธิพล ศรีหล้า สชป.7: 17 รายการ
นายนิวัต แจ้งสว่าง ฝ่ายโครงการพิเศษ ส่วนปฏิบัติการ สชป.14: 15 รายการ
ผู้ดูแลระบบ: 14 รายการ
นายเกริกไกร ศิริวัฒนกุล สชป.6: 13 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.13: 11 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.3: 10 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.15: 8 รายการ
ส่วนอำนวยการและติดตามประเมินผล สคญ.: 6 รายการ
ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.9: 3 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.8: 2 รายการ
นายประสิทธิ์ เสือทอง สชป.11: 2 รายการ
วสันต์ โพธิ์ศรี ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.10: 1 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.12: 0 รายการ
ศูนย์สารสนเทศ: 0 รายการ
 

ประกาศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน อาจแสดงผลโครงการฯไม่สมบูรณ์ ขออภัยในความไม่สะดวก

โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช พิมพ์ อีเมล

โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช


ความเป็นมา

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2531 ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในเขตพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ทำให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูก บ้านเรือน ตลอดจนชีวิตทรัพย์สินของราษฎร และทรัพย์สินของทางราชการเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นอีกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเมืองนครศรีธรรมราชตั้งอยู่ริมทะเลทางด้านอ่าวไทย มีลำน้ำธรรมชาติซึ่งเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราชไหลผ่านตัวเมืองอยู่หลายสาย เมื่อเกิดฝนตกหนักในบริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราชจะมีปริมาณน้ำในคลองต่างๆปริมาณมากไหลผ่านตัวเมือง แต่คลองต่างๆ มีขนาดเล็กลงเนื่องจากถูกบุกรุกและตื้นเขิน ทำให้น้ำระบายลงสู่ทะเลไม่ทัน จึงเกิดการไหลบ่าท่วมตัวเมืองเป็นประจำทุกปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยต่อปัญหาความเดือดร้อนและความเสียหายเนื่องจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการบรรเทาอุทกภัยและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 ณ อาคารชัยพัฒนา ภายในสวนจิตรลดา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทางราชการในการเข้าไปฟื้นฟูสภาพพื้นที่ และแก้ไขป้องกันมิให้พื้นที่เหล่านั้นและบริเวณข้างเคียงต้องได้รับความเสียหายเช่นนี้อีกต่อไป


สภาพปัญหาและความจำเป็น

1. ลักษณะน้ำป่าไหลหลาก เมื่อมีฝนตกหนักในบริเวณเทือกเขาทำให้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลาก มีกำลังรุนแรงทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ได้แก่ สวนยางพารา และไม้ผลได้รับความเสียหาย พื้นที่ลาดเชิงเขาบริเวณเหนือทางหลวงเลข 4015 และ 4016 ขึ้นไป

2. ลักษณะน้ำท่วมไหลล้นตลิ่ง เกิดขึ้นหลังจากที่น้ำป่าไหลลงสู่ร่องน้ำ และคลองธรรมชาติแล้ว และในขณะเดียวกันเมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ราบตอนกลาง ประกอบกับร่องน้ำลำคลองธรรมชาติต่างๆมีความตื้นเขิน อีกทั้งมีการก่อสร้างถนน คลองส่งน้ำและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ กีดขวางทางน้ำไหล จึงทำให้น้ำในคลองธรรมชาติล้นตลิ่ง แล้วไหลบ่าเข้าตัดขาดถนน คันคลองส่งน้ำ เข้าท่วมพื้นที่ ทำความเสียหายให้แก่พื้นที่การเกษตร ได้แก่ นาข้าว สวนผลไม้ สัตว์เลี้ยง และที่อยู่อาศัย พื้นที่ที่เกิดปัญหาอุทกภัยลักษณะนี้ ได้แก่

- พื้นที่บริเวณคลองส่งน้ำสายใหญ่และคลองซอย 1 ทำความเสียหายให้พื้นที่เพาะปลูกและคลองส่งน้ำ

- พื้นที่บริเวณด้านตะวันตกของทางหลวงหมายเลข 4103 ระหว่างคลองแยกสาย 1 ซ้าย – 1 ซ้าย และคลองซอย 1 ขวา น้ำในคลองท่าดีล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ ทำความเสียหายในพื้นที่การเกษตร ที่อยู่อาศัย เส้นทางคมนาคม และคลองส่งน้ำ


เหตุผลและความจำเป็นต้องมีโครงการ

เพื่อการบรรเทาและแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่ของอำเภอพระพรหม อำเภอเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัด ประกอบกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเมืองนครศรีธรรมราช มีการผลักดันขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก จะมีความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการค้า เป็นการสร้างความมั่นใจในการลงทุนแก่ต่างชาติรองรับการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน


วัตถุประสงค์ของโครงการ

เพื่อบรรเทาอุทกภัยที่เกิดจากปริมาณน้ำท่วมที่ไหลผ่านตัวเมืองนครศรีธรรมราชและพื้นที่ข้างเคียงไม่ให้เข้าไปท่วมพื้นที่ในเขตชุมชนและเขตเศรษฐกิจของเมือง

เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรกรรม และอุปโภค-บริโภค ในฤดูแล้ง


ที่ตั้งโครงการและแผนที่โครงการ

- ดำเนินการในพื้นที่อำเภอเมือง

หมู่ที่ 1และ 3   ตำบลไชยมนตรี

หมู่ที่ 1,9และ 11 ตำบลท่าเรือ

หมู่ที่ 1,5และ 8   ตำบลบางจาก

- ดำเนินการในพื้นที่อำเภอพระพรหม

หมู่ที่ 3และ 5      ตำบลนาสาร

หมู่ที่ 2,6และ 13 ตำบลช้างซ้าย


ลักษณะและองค์ประกอบโครงการ

เป็นโครงการระบบระบายน้ำ โดยการก่อสร้างและปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิมเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถระบายน้ำได้มากขึ้น พร้อมทั้งก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำและป้องกันน้ำเค็มหนุนในหน้าแล้ง ดังนี้

- คลองผันน้ำสายที่ ๑ เป็นการขุดคลองผันน้ำจากคลองท่าดี เริ่มตั้งแต่บ้านนพเตียน หมู่ที่ 1 ผ่านหมู่ที่ 3 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง หมู่ที่ 3, 5 ต.นาสาร อ.พระพรหม เชื่อมคลองวังวัว ความยาวประมาณ 5.50 กิโลเมตร

- คลองผันน้ำสายที่ ๒ เป็นการขุดคลองผันน้ำจากคลองหยวดที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของทางหลวงหมายเลข 4103 มาเชื่อมกับคลองผันน้ำสายที่ 1 ด้านทิศตะวันออกของทางหลวง หมายเลข 4103 อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.นาสาร ความยาวประมาณ 0.79 กิโลเมตร

คลองผันน้ำสายที่ ๓ เป็นการขุดคลองผันน้ำจากคลองหัวตรุด เริ่มตั้งแต่บ้านทุ่งหนองแก้ว หมู่ที่ 1 ต.ท่าเรือ ผ่าน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ต.ท่าเรือ หมู่ที่ 1และ 8 ต.บางจาก ไปออกทะเล ที่บ้านปากเล หมู่ที่ 5 ต.บางจาก อ.เมือง ความยาวประมาณ 12.35 กิโลเมตร


ผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการ

ด้านการบรรเทาอุทกภัยจากการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำไหลผ่านเมือง และการผันน้ำก่อนเข้าเมือง ทำให้สามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองท่าดีและคลองหยวด ซึ่งครอบคลุมเขต ชุมชนเมืองนครศรีธรรมราชและพื้นที่ข้างเคียงได้ถึงรอบปีการเกิดซ้ำ 25 ปี หากมีโครงการจะสามารถลดปริมาณน้ำได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ โดยพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ อยู่บริเวณเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช บางส่วน ต.ท่าซัก ต.ปากนคร ต.ท่าไร่ ต.บางจาก ต.ท่าเรือ ต.มะม่วงสองต้น ต.ไชยมนตรี อ.เมือง และบางส่วน ต.ช้างซ้าย ต.นาพรุ ต.นาสาร อ.พระพรหม

ด้านการแก้ปัญหาภัยแล้ง โครงการจะมีประตูเก็บกักน้ำไว้ในคลองระบายน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้ง ประมาณ 8.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถช่วยเหลือ ราษฎรริมฝั่งคลองมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค โดยพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 10,000 ไร่

สถานภาพโครงการ

ด้านการสำรวจภูมิประเทศแล้วเสร็จ

ด้านการออกแบบงานขุดคลองระบายน้ำและประตูระบายน้ำแล้วเสร็จ 90%


ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข

เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ชาวบ้านหมู่ ๑ และหมู่ ๓ ต.ไชยมนตรี ที่มีที่ดินอยู่ในแนวเขตคลองผันน้ำสายที่ ๑ (ตามความยาวของคลองประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร) ประมาณ ๖๐ คน ได้มารวมตัวกันที่บ้านผู้ใหญ่หมู่ ๑ เพื่อสอบถามความเป็นมาของโครงการ เหตุผล ความจำเป็นและรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอมให้ดำเนินการ โดยอ้างว่าสูญเสียที่ทำกิน ที่ดินมีน้อย ต่อมาชาวบ้านได้ทำหนังสือผ่านผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. เพื่อคัดค้านโครงการ

- เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ ได้เข้าชี้แจงนายก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ และแกนนำผู้คัดค้าน โดยนายก อบต. เห็นว่า โครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์กับชาวบ้านส่วนใหญ่ อบต. ยินดีให้ความร่วมมือช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา ส่วนผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑ และแกนนำผู้คัดค้าน เห็นว่า ควรจะหาแนวใหม่หรือยกเลิกโครงการ


แผนที่โครงการ