ผู้ออนไลน์

เรามี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ผู้เขียนโครงการสูงสุด

กลุ่มพิจารณาโครงการ สชป.17: 134 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.16: 89 รายการ
ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.2: 69 รายการ
กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ: 54 รายการ
กลุ่มพิจารณาโครงการ สชป.4: 42 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.5: 28 รายการ
กลุ่มกิจกรรมพิเศษ สชป.1 นายจักรกฤษณ์ ชมภูบาง : 23 รายการ
อธิพล ศรีหล้า สชป.7: 17 รายการ
นายนิวัต แจ้งสว่าง ฝ่ายโครงการพิเศษ ส่วนปฏิบัติการ สชป.14: 15 รายการ
ผู้ดูแลระบบ: 14 รายการ
นายเกริกไกร ศิริวัฒนกุล สชป.6: 13 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.13: 11 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.3: 10 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.15: 8 รายการ
ส่วนอำนวยการและติดตามประเมินผล สคญ.: 6 รายการ
ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.9: 3 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.8: 2 รายการ
นายประสิทธิ์ เสือทอง สชป.11: 2 รายการ
วสันต์ โพธิ์ศรี ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.10: 1 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.12: 0 รายการ
ศูนย์สารสนเทศ: 0 รายการ
 

ประกาศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน อาจแสดงผลโครงการฯไม่สมบูรณ์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ต่อหน้า 2 โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พิมพ์ อีเมล

2) เขตปลูกข้าวเพื่อบริโภค พื้นที่รวม 195,000 ไร่ พื้นที่นาข้าว 64,556 ไร่ และนาร้าง 5,402 ไร่ รวมพื้นที่ที่ทำนาเพียง 36 % ของพื้นที่ทั้งหมด ลักษณะดินเป็นดินกรดที่พบในที่ลุ่มและที่ดอน เนื้อดินเป็นดินเหนียวถึงร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ต้องปรับปรุงดินด้วยโดโลไมท์

งานพัฒนาด้านที่ดินและน้ำ

  • - ส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมี 24,225 ไร่
  • - ผลิตและปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 262,500 กล้า
  • - ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบควบคุมน้ำ 4 แห่ง
  • - โครงการรณรงค์ไม่เผาฟางและไถกลบตอซัง 9 แห่ง

งานพัฒนาด้านอาชีพ

  • - ส่งเสริมการใช้ข้าวพันธุ์ดีและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว 37,999 ไร่
  • - ส่งเสริมการปรับปรุงผลผลิตข้าวโดยการกระจายข้าวพันธุ์ดี   20 ไร่
  • - ทดสอบการปลูกข้าวทนน้ำท่วม 50 ไร่
  • - ทดสอบการผลิตข้าวคุณภาพพันธุ์สังข์หยด / 20 ไร่
  • - ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผัก 15 ไร่
  • - ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล 402 ไร่
  • - ส่งเสริมการทำไร่นาสวนผสมและเกษตรผสมผสาน 4,481 ไร่

 

3) เขตปลูกปาล์มน้ำมัน พื้นที่รวม 533,700 ไร่ มีการปลูกปาล์มเพียง 168,408 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าพรุและป่าเสม็ด 188,631 ไร่ คิดเป็น 35.34% ลักษณะดินเป็นดินเปรี้ยวจัด เนื้อดินเป็นดินเหนียว ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ไม่เหมาะสมที่จะทำนา ต้องปรับปรุงดินเปรี้ยวเพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม

งานพัฒนาด้านที่ดินและน้ำ

  • - การฟื้นฟูนาร้างเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน 2,095 ไร่
  • - ปรับปรุงและพัฒนาดินเปรี้ยวจัด 84,534.50 ไร่
  • - ส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมี 17,732 ไร่
  • - ผลิตและปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 200,000 กล้า
  • - ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบควบคุมน้ำ 13 แห่ง
  • - ก่อสร้างระบบจัดรูปที่ดิน 1,274 ไร่

งานพัฒนาด้านอาชีพ

  • - ส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันทดแทนพลังงาน 16,255 ไร่
  • - ทดสอบความเป็นไปได้ในการปลูกปาล์มน้ำมัน 155 ไร่
  • - ส่งเสริมสนับสนุนการปรับปรุงวิธีเขตกรรมเพื่อการปลูกข้าว 750 ไร่
  • - ส่งเสริมการปรับปรุงผลผลิตข้าวโดยการกระจายข้าวพันธุ์ดี 730 ไร่
  • - ส่งเสริมการใช้ข้าวพันธุ์ดีและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว 25,852 ไร่
  • - ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผัก 59 ไร่
  • - ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล 379 ไร่
  • - ส่งเสริมการทำไร่นาสวนผสมและเกษตรผสมผสาน 9,841 ไร่

4) เขตปลูกไม้ผลและยางพารา พื้นที่รวม 147,503 ไร่ พบว่า 60% ของพื้นที่เป็นพืชยืนต้นที่ปลูกในพื้นที่อยู่แล้ว แผนการพัฒนาคือการเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้น ลักษณะดินเป็นดินกรด เนื้อดินเป็นดินเหนียวถึงดินร่วน ความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงปานกลาง ต้องปรับปรุงโดยใช้โดโลไมท์

งานพัฒนาด้านที่ดินและน้ำ

  • - ปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด 745 ไร่

งานพัฒนาด้านอาชีพ

  • - สนับสนุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
  • - ส่งเสริมการใช้ข้าวพันธุ์ดีและถ่ายทอดเทคโนโลยี 4,403 ไร่

                                   การผลิตข้าว

  • - ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผัก 21 ไร่
  • - ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล 14 ไร่
  • - ส่งเสริมการทำไร่นาสวนผสมและเกษตรผสมผสาน 1,749 ไร่

 

5) เขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง พื้นที่รวม 110,284 ไร่ เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 67% และยังมีการเกษตรอื่นๆ เช่น นาข้าว และไม้ผล ปนอยู่ด้วย

  • - สนับสนุนการจัดระบบน้ำเค็มเพื่อการเลี้ยงกุ้งทะเล 378 บ่อ 5,581 ไร่
  • - ก่อสร้างโครงการชลประทานน้ำเค็ม 4 แห่ง 7,870 ไร่

6) เขตป่าไม้ พื้นที่รวม 313,032 ไร่ และมีการทำการเกษตรอื่นๆ ในเขตพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 11% ได้แก่ นาข้าว ยางพารา ไม้ผล

3.3) การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรในเขตปลูกข้าวเพื่อการค้า

          เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง แต่เดิมเคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์แหล่งหนึ่งของภาคใต้ แต่เมื่อประสบปัญหาเรื่องน้ำเค็มรุกล้ำ และผลกระทบจากนากุ้ง รวมทั้งการทำนาข้าวได้ผลตอบแทนไม่คุ้มกับการลงทุน เกิดปัญหาเกษตรกรเลิกอาชีพทำนาเป็นจำนวนมาก โดยหันไปรับจ้างรายวันแทน ซึ่งปัญหานี้มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีก ในขณะเดียวกันเป็นที่น่าเสียดายหากพื้นที่ดังกล่าวจะต้องกลายเป็นนาร้าง เนื่องจากกรมพัฒนาที่ดินได้สำรวจคุณสมบัติทางกายภาพของดิน พบว่าที่ดินในเขตปลูกข้าวเพื่อการค้ากว่า 600,000 ไร่นี้ มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการทำนาเป็นอย่างมาก จึงเห็นว่าควรจะต้องมีการฟื้นฟูอาชีพการทำนาอย่างจริงจังอย่างครบวงจรทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด และอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เพื่อให้ชาวนาในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีรายได้และผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันกลับมาทำนาเพิ่มขึ้นเช่นเดิม
009

 

  • หน่วยงานในพื้นที่ได้ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่นำร่องในเขตปลูกข้าวเพื่อการค้าทั้งสิ้น 5 จุดดำเนินการ โดยจะเป็นพื้นที่ที่ทุกหน่วยงานทุกองค์กรที่เกี่ยงข้องเข้าร่วมบูรณาการ และกำหนดเป็นแผนพัฒนาระยะ 3 ปี (2551-2553) รองรับอย่างครบวงจรได้แก่

 

  • 1) แผนพัฒนาโครง สร้างพื้นฐาน : ต้นแบบการวางโครง สร้างการจัด การน้ำ / ดิน อย่างเหมาะสม
  • 2) แผนพัฒนาการผลิต : การพัฒนาเพิ่มผลผลิตโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
  • 3) แผนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและพัฒนาการตลาด : การจัดการผลผลิต /แปรรูปผลผลิต วางแผนการตลาด
  • 4) แผนพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ : การเลี้ยงปลาในนาข้าว ปศุสัตว์ ผักปลอดภัยจากสารพิษ
  • 5) แผนบริหารโครงการและการติดตามประเมินผล
  • 3.4) การจัดทำแผนงานโครงการนำร่องในเขตอื่นๆ

            อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนงานระยะยาวให้เหมาะสมกับพื้นที่ และจัดทำรายละเอียดแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่  เพื่อเป็นแผนหลักที่ทุกหน่วยงานจะใช้เป็นแนวทางการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน

3.  ด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จากปัญหาวิกฤตน้ำที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากนิเวศแหล่งน้ำเป็นนิเวศหลักที่มีอิทธิพลในการรักษาสมดุลของนิเวศอื่นๆโดยรวม ฉะนั้นการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ข้างต้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย เช่นกัน   ความก้าวหน้าในการดำเนินงานพัฒนาสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นดังนี้

  • 1) การบำบัดฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็ก ชุมชน ปากพนังฝั่งตะวันออก, ฝั่ง ตะวันตก และเทศบาลตำบลหัวไทร
010

       

   การดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็ก จำนวน 3 แห่ง คือจุดก่อสร้างหลังเรือนจำ อำเภอปากพนังสำหรับชุมชนปากพนังฝั่งตะวันออก  แห่งที่สองจุดก่อสร้าง ที่วัดนาควารี สำหรับชุมชนปากพนังฝั่ง ตะวันตก นอกจากนี้ จุดก่อสร้างสำหรับชุมชนเทศบาลตำบลหัวไทร ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดสามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์

2) โครงการติดตามประเมินเพื่อขยายผลโครงการจัดการมลพิษแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทต่างๆ ในลุ่มน้ำปากพนัง

  • - กิจกรรมที่ 1 ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินและแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

คุณภาพน้ำแม่น้ำปากพนัง
012_copy





















            จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำตลอดลำน้ำ ตั้งแต่บริเวณต้นแม่น้ำ อ.ชะอวด ถึงบริเวณปากแม่น้ำ อ.ปากพนัง จำนวน 14 สถานี โดยตรวจวัด 4 ครั้ง/ปี  คุณภาพน้ำส่วนใหญ่มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ยกเว้นช่วงที่ไหลผ่านแหล่งชุมชน ได้แก่ เทศบาลตำบลชะอวด  เทศบาลตำบลเชียรใหญ่ และเทศบาลเมืองปากพนัง ซึ่งคุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

คุณภาพน้ำที่ไหลผ่านแหล่งชุมชน

ปริมาณออกซิเจนละลาย มีค่าอยู่ในช่วง 0.3 - 2.9 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความสกปรกในรูปบีโอดี (BOD) มีค่าอยู่ในช่วง 2.0 - 2.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม (TCB) มีค่าอยู่ในช่วง 4,600 - 240,000 หน่วย และกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (FCB) มีค่าอยู่ในช่วง 4,600 - 24,000 หน่วย โดยส่วนใหญ่ตรวจพบมีค่าสูงในช่วงฤดูแล้ง (มีนาคม-เมษายน)

ป้ายแสดงคุณภาพน้ำประจำเดือนบริเวณชุมชนหลักในลุ่มน้ำปากพนัง

012















ติดตั้งป้ายแสดงคุณภาพน้ำรายเดือน บริเวณชุมชนขนาดใหญ่ จำนวน 7 ป้าย ได้แก่

- ชุมชนบ้านหัวถนนชายทะเล
- เทศบาลตำบลชะอวด
- เทศบาลตำบลปากนคร
- เทศบาลเมืองปาก
- เทศบาลตำบลเชียรใหญ่
 - เทศบาลตำบลหัวไทร
 - ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ

  • - กิจกรรมที่ 2 ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลในอ่าวปากพนังและชายฝั่งทะเล

 อ่าวปากพนัง เก็บตัวอย่าง 6 สถานี ชายฝั่งทะเล เก็บตัวอย่าง 9 สถานี โดย เก็บตัวอย่าง 3 ครั้ง/ปี

 

สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำในอ่าวปากพนังและชายฝั่งทะเล

013



คุณภาพน้ำอ่าวปากพนัง

          ส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล ได้แก่ อุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่าง ตะกอนแขวนลอย และออกซิเจนละลาย ยกเว้นแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด และแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (ร้อยละ 59 และ 41 ของสถานีเก็บตัวอย่าง) ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานฯ โดยเฉพาะบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทิ้งชุมชน

คุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเล

          เริ่มตั้งแต่ปลายแหลมตะลุมพุกลงมาถึงปากคลองระวะ พบค่าออกซิเจนละลาย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล ส่วนแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด มีค่าเกินมาตรฐานฯหลายบริเวณ (ร้อยละ 41 ของสถานีเก็บตัวอย่าง) ได้แก่ บริเวณบ้านแหลมตะลุมพุก ปากคลองฉุกเฉิน คลองท่าพญา  บ้านเกาะเพชร บ้านหน้าสตน บ้านแพรกเมือง คลองบางจาก คลองปากนคร คลองท่าซัก และปากคลองโก้งโค้ง

สำหรับแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มมีค่าเกินมาตรฐานฯ บางบริเวณ (ร้อยละ 23 ของสถานีเก็บตัวอย่าง) ได้แก่ บริเวณบ้านแหลมตะลุมพุก บ้านหัวถนนชายทะเล ปากคลองฉุกเฉิน คลองท่าพญา บ้านเกาะเพชร บ้านหน้าสตนและปากคลองระวะ                                                                                                                  

3) การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและโครงการขุดลอกร่องน้ำและตะกอนทราย

โดยกรมการขนส่งทางน้ำและพานิชยนาวี  สามารถดำเนินการไปก่อนในส่วนการดำเนินการในระยะที่ 1 สำหรับการดำเนินการในระยะที่ 2 ได้มีการประสานแผนจัดทำแผนหลักในภาพรวม และมีเจ้าภาพเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพิจารณาขยายพื้นที่ศึกษาของโครงการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่ดำเนินการออกไป จนถึงปลายแหลมตะลุมพุก

4) โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ

014
015

  • —

 






          ป่าต้นน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ที่อยู่ในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่ 1 และ 2 ประกอบด้วยพื้นที่ป่าที่อยู่ในบริเวณ อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ในเขตพื้นที่อำเภอลานสกา อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง ในเขตพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ และ อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ในเขตพื้นที่อำเภอชะอวด และอำเภอจุฬาภรณ์ พื้นที่ป่าต้นน้ำประมาณ 234,438 ไร่ ยังคงสภาพป่าประมาณ 48 % ปลูกยาง 43% สวนผสมที่อยู่อาศัยและอื่นๆ 9% โดยปกติพื้นที่ต้นน้ำลำธารควรมีป่าไม้ปกคลุมไม่น้อยกว่า 70 %แต่ต้นน้ำลุ่มน้ำปากพนัง มีป่าปกคลุมเพียง 35% ทำให้มีผลกระทบโดยตรงกับความสามารถควบคุม ปริมาณ คุณภาพ และระยะเวลาในการไหลของน้ำที่จะหล่อเลี้ยงพื้นที่และป้องกันการไหลหลาก

           หน่วยจัดการต้นน้ำปากพนัง (ปี 2540 - 2551) ได้ดำเนินการ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ 200 ไร่ ปรับปรุงระบบนิเวศต้นน้ำ 3,050 ไร่ จัดทำฝายต้นน้ำลำธาร (CHECK DAM) 724 แห่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ (ท้องที่อำเภอลานสกา อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช) โดยต่อเนื่อง และส่งเสริมการปลูกต้นไม้โดยเพาะกล้าไม้ป่าแจกจ่ายแก่ประชาชน ชุมชน กลุ่มองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

5) การจัดทำแผนและโครงการป้องกันไฟป่า และโครงการป้องกันป่าพรุ

พื้นที่ป่าพรุ มี 2 พื้นที่ คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พื้นที่ 150,000ไร่ (เฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช) และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อพื้นที่  78,310  ไร่ (พื้นที่เตรียมการประกาศ)

016017














                กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ ได้รับ

การสนับสนุนงบดำเนินการจาก สำนักงาน กปร. ในการดำเนินโครงการจัดทำฝายชะลอน้ำให้พื้นที่ป่าพรุ  โครงการพัฒนาอาชีพป่าไม้และฟื้นฟูนิเวศป่าพรุ

 

6) การกำจัดวัชพืช ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

ได้กำหนดแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหา วัชพืชในคลอง  673 สาย ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เป็น 3 ยุทธศาสตร์ดังนี้

018















  • (1)
    ยุทธศาสตร์การกำจัดและควบคุมวัชพืช

          (2) ยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากวัชพืช

         (3) ยุทธศาสตร์การสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาแหล่งน้ำ

7) แผนบริหารจัดการฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำปากพนัง พ.ศ. 2551 - 2559

คณะอนุกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมฯ พิจารณาปรับปรุง ความเหมาะสมโครงการ และระยะเวลาดำเนินการ รวมถึงงบประมาณ มีทั้งหมด 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1       สงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพนิเวศของลุ่มน้ำปากพนังให้คืนความอุดมสมบูรณ์ สมดุลอย่างเป็นระบบ

ยุทธศาสตร์ที่ 2       สนับสนุนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในลุ่มน้ำอย่างบูรณาการอนุรักษ์ และยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 3       ควบคุม ป้องกัน มลพิษและเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในลุ่มน้ำ

ยุทธศาสตร์ที่ 4         เสริมสร้างความเข้มแข็งในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพเพื่อบริหารจัดการแบบบูรณาการเชิงรุก

019











8)
คณะอนุกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงาน

เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนบริหารจัดการฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำปากพนัง ทำหน้าที่ประสานติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และรายงานต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมฯ

4.        ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานโครงการ

            จากวัตถุประสงค์ที่สำคัญของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ

  • 1) เพื่อป้องกันการรุกตัวของน้ำเค็ม ไม่ให้ไหลเข้าแม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขาในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเกิดจากการสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ และประตูระบายน้ำอื่นๆ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและป้องกันไม่ให้น้ำเค็มรุกตัวเข้ามา จึงทำให้น้ำในแม่น้ำปากพนังช่วงเหนือประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิเป็นน้ำจืดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
  • 2) เป็นแหล่งเก็บกักน้ำจืดในช่วงฤดูฝนเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยสามารถจัดสรรเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม และเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา รวมถึงการใช้น้ำด้านอื่นๆ ในเขตพื้นที่โครงการ
  • 3) เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝนให้กับพื้นที่การเกษตรและในบริเวณชุมชนเมือง โดยการพัฒนาสร้างแหล่งเก็บกักน้ำบริเวณต้นน้ำ รวมถึงการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายต่างๆ ซึ่งจะสามารถช่วยให้การระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • 4) เพื่อปรับปรุงระบบชลประทานเดิมและพัฒนาระบบชลประทานใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการและปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำจืดที่มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกได้มากขึ้นด้วย
  • 5) เพื่อปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคมของราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังให้ดีขึ้น โดยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

            ผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการจนกระทั่งโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จ  สามารถบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาตามแผนงานต่างๆ  มีผลสัมฤทธิ์ถึงปัจจุบัน  พอสรุปโดยสังเขปได้  ดังนี้

ด้านการจัดการน้ำ  แต่ละปีที่ผ่านมาสามารถจัดสรรน้ำตามความต้องการ  ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพได้อย่างเพียงพอพิจารณาได้จากพื้นที่ทำนาปรังและผลผลิต ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยมีพื้นที่ทำนาปีเพิ่มขึ้น จากปีเพาะปลูก 2541/2542 จำนวน 76,469 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้น 141 กิโลกรัมต่อไร่ และ ยังสามารถทำนาปรังได้

020























































สำหรับด้านการระบายน้ำในปีน้ำมาก เมื่อปลายปี พ.ศ. 2548  สามารถบรรเทาอุทกภัยได้เป็นอย่างมาก โดยมีความสามารถในการระบายน้ำซึ่งมีน้ำหลากสะสมสูงสุดวันที่  17  ธันวาคม  2548 ปริมาณน้ำหลากมากถึงประมาณ 1,260 ล้าน.ม3 ออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว เฉลี่ยวันละประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน 

021








































  • ด้านการจัดการพื้นที่เกษตรกรรม ได้ปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งทะเลในเขตน้ำจืดให้เหมาะสม จำนวน 40,903 ไร่ และได้ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูคุณภาพดิน ให้เหมาะสมเพื่อการปลูกพืช จำนวน 169,418 ไร่

023












  • ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่การก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็ก จำนวน 3 แห่ง การเลี้ยงกุ้งทะเลระบบปิด จำนวน 1,241 ไร่ การกำจัดวัชพืชน้ำมาทำปุ๋ยหมัก การฟื้นฟูป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าต้นน้ำโดยสร้างฝายต้นน้ำ จำนวน 1,253 แห่ง การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลอดแนวชายฝั่งทะเล ยาวประมาณ 70 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการได้แล้วเสร็จ 7.5 กิโลเมตร (ระยะที่ 1 ตอนที่ 1)

024

 

 

 

 

 










  • 5.
    การขยายผลการดำเนินโครงการ

                เป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง  ในระยะต่อไป คือปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ ด้านเศรษฐกิจและสังคมของราษฎรในพื้นที่ให้ดีที่สุด  เพื่อให้บรรลุตามพระราชประสงค์ที่จะให้โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์  เฉกเช่นที่เคยเป็นมาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้

025026

          


 









ในการบริหารจัดการโครงการได้นำกรอบแนวคิดการบริหารงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ตลอดจนนำองค์ความรู้ที่สำเร็จแล้วตามโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริต่างๆ  มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

028

         















   ปัจจัยสู่ความสำเร็จ  คือ  ทุกคน  ทุกหน่วยงาน  มีความ " ตั้งใจ  ทุ่มเท" ที่จะทำงานสนองพระราชดำริ  ด้วยความ " รู้รักสามัคคี "  โดยความ " ร่วมมือ  ร่วมแรง  ร่วมใจ "  เพื่อผลประโยชน์จะตกสู่ประชาชน  ตามพระราชประสงค์

 

                                                       _______________________