ผู้ออนไลน์

เรามี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ผู้เขียนโครงการสูงสุด

กลุ่มพิจารณาโครงการ สชป.17: 134 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.16: 89 รายการ
ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.2: 69 รายการ
กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ: 54 รายการ
กลุ่มพิจารณาโครงการ สชป.4: 42 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.5: 28 รายการ
กลุ่มกิจกรรมพิเศษ สชป.1 นายจักรกฤษณ์ ชมภูบาง : 23 รายการ
อธิพล ศรีหล้า สชป.7: 17 รายการ
นายนิวัต แจ้งสว่าง ฝ่ายโครงการพิเศษ ส่วนปฏิบัติการ สชป.14: 15 รายการ
ผู้ดูแลระบบ: 14 รายการ
นายเกริกไกร ศิริวัฒนกุล สชป.6: 13 รายการ
ส่วนปฏิบัติการ สชป.13: 11 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.3: 10 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.15: 8 รายการ
ส่วนอำนวยการและติดตามประเมินผล สคญ.: 6 รายการ
ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.9: 3 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.8: 2 รายการ
นายประสิทธิ์ เสือทอง สชป.11: 2 รายการ
วสันต์ โพธิ์ศรี ฝ่ายโครงการพิเศษ สชป.10: 1 รายการ
ชื่อ นามสกุล สชป.12: 0 รายการ
ศูนย์สารสนเทศ: 0 รายการ
 

ประกาศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน อาจแสดงผลโครงการฯไม่สมบูรณ์ ขออภัยในความไม่สะดวก

อ่างเก็บน้ำห้วยพลาญเสือตอนบน พิมพ์ อีเมล

 ที่ตั้ง
 
               อ่างเก็บน้ำห้วยพลาญเสือ (ตอนบน) อยู่ในเขตพื้นที่บ้านโนนสูง  ตำบลโดมประดิษฐ์  อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี  หรือที่ประมาณพิกัด
48 PWA 232-876 ระวาง 6037 IV  โดยอยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี  138  กม.

ประวัติโครงการอ่างฯห้วยพลาญเสือตอนบน
               
                เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเป็นโครงการตามแผนพัฒนาเสริมความมั่นคงพื้นที่ชายแดนในเขตอีสานตอนล่าง
ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาทกับ พลโท พิศิษฐ์  เหมบุตร  แม่ทัพภาคที่ 2 (ตำแหน่งในขณะนั้น) พร้อมคณะทำงานพัฒนาเสริมความมั่นคง  พื้นที่ชายแดนอีสานตอนบนและตอนล่าง เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน  2528 ณ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเดียก  จังหวัดสกลนคร


สภาพลำน้ำและภูมิประเทศ


               
โดยทั่วไปมีสภาพเป็นป่าค่อนข้างทึบตามเทือกเขา  พื้นที่ค่อนข้างสูงชันมีความลาดเทจากทางทิศใต้ไปทางทิศเหนือ  สภาพลำห้วยบริเวณหัวงานกว้างประมาณ  8  เมตร  ลึกประมาณ  3  เมตร  ท้องลำห้วยเป็นทราย  บางช่วงมีหินปรากฏให้เห็นเป็นแห่งๆ ความยาวของลำห้วยถึง
หัวงาน  ประมาณ  4.6  กิโลเมตร  อัตราความลาดเทของท้องลำห้วย 1
: 200


สภาพทางอุทกวิทยาและแหล่งน้ำ

       
      พื้นที่รับน้ำลงอ่างฯ                     
                  8.7        ตร.กม.

        ฝนเฉลี่ยทั้งปี                                        1,508.20      มม.

        จำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ยทั้งปีประมาณ              90.60      วัน           

        อัตราการระเหยเฉลี่ยทั้งปี                        1,495.40       มม.
      ปริมาณน้ำไหลลงอ่างในเกณฑ์เฉลี่ย                3.58      ล้าน ลบ.. /ปี

      ระดับสันทำนบดิน                                  +332.00      .(รทก.)

        ระดับน้ำนองสูงสุด                                  +331.03      .(รทก.)

      ระดับเก็บกัก                                          +300.50      .(รทก.)

      ระดับน้ำต่ำสุด                                       +322.00      .(รทก.)

      ความจุของอ่างฯที่ระดับน้ำนองสูงสุด               6.00       ล้านลบ..

      ความจุของอ่างฯที่ระดับเก็บกัก                       5.00       ล้านลบ..

      ความจุของอ่างฯที่ระดับ Dead  Storage          0.80       ล้าน ลบ..

         พื้นที่ผิวอ่างฯที่ระดับเก็บกัก                      1,690           ไร่

 

หัวงานและอาคารประกอบ


1.ทำนบดินปิดกั้นลำห้วยพลาญเสือ เป็นแบบ HOMO GENEOUS TYPE   สันทำนบ กว้าง  7  เมตร ยาว  282 เมตร  ส่วนที่สูงที่สุด  16  เมตร 

2.อาคารระบายน้ำล้น เป็นแบบ OPEN CHANNEL  ความยาวสันฝาย  20  เมตร 
ความยาวของอาคาร 
184  เมตร 
ระบายน้ำได้สูงสุด  30  ลบ.ม./วินาที

   3. อาคารท่อส่งน้ำฝั่งซ้าย    1          แห่ง

         -  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อ                               0.40          เมตร

         -  ส่งน้ำได้สูงสุด                                              0.643        ลบม./วินาที


ระยะเวลาดำเนินการ


ก่อสร้างแล้วเสร็จปี  พ.ศ. 2531 โดย   

1. ปี พ.ศ. 2531 ก่อสร้างทำนบดินพร้อมอาคารประกอบ 

2. ปี พ.ศ. 2534 ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเพื่อเพิ่มระดับเก็บกัก ยกระดับสูง 0.50  เมตร 


พื้นที่โครงการ
          

 

         ยังไม่มีระบบส่งน้ำ

ประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับจากโครงการ


1. เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค
-บริโภค  ของหน่วยทหารตามฐานปฏิบัติการพื้นที่ช่องบก

  2. เพื่อเป็นเครื่องกีดขวาง สกัดกั้นการรุกรานจากกองกำลังภายนอกประเทศ ตามหลักยุทธศาสตร์ทางทหาร ก่อให้เกิดความมั่นคงพื้นที่ตามแนวชายแดนบริเวณช่องบก

  3.เป็นแหล่งอาหารจากการทำประมงน้ำจืดใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

  ภาพโครงการ