กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้639
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้886
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2344
mod_vvisit_counterเดือนนี้6102
mod_vvisit_counterทั้งหมด11349089

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก ข่าวเด่นชลประทาน “อธิบดีกรมชลประทาน ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาแก้มลิงแก่งน้ำต้อนฯ จ.ขอนแก่น”
“อธิบดีกรมชลประทาน ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาแก้มลิงแก่งน้ำต้อนฯ จ.ขอนแก่น”

ash1ash3

 

วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายศุภณัฐ ปริยชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) ลงพื้นที่ติดตามแผนและความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาแก้มลิงแก่งน้ำต้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลดอนช้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการโครงการ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
.
กรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาแก่งน้ำต้อนมาตั้งแต่ปี 2543-2544 ซึ่งได้รับงบประมาณจาก กปร.ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริปี 2539-2540 ก่อสร้างอ่างฯแก่งน้ำต้อน ทำนบดินพร้อมอาคารระบายน้ำล้น และขุดลอก 768,500 ลบ.ม. ต่อมาในปี 2553,2559 และปี2560
กรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ เพิ่มอีกกว่า 1.7 ล้าน ลบ.ม. และในปี 2561-2562 ได้รับงบประมาณในการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น การสำรวจขอบเขตโครงการ รวมถึงการออกแบบโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อนระยะที่ 1 โดยมีแนวทางในการขุดลอกขุดลอกพื้นที่บึงแก่งน้ำต้อนพร้อมปรับปรุงคันดินโดยรอบ 6,196 ไร่ ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ 9 แห่ง และก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำอีกกว่า 50 กิโลเมตร จะทำให้ปริมาณน้ำเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม 7 ล้าน ลบ.ม. เป็น 41 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่ชลประทาน ประมาณ 40,000 ไร่ เป็นแหล่งรองรับน้ำและเก็บกักน้ำที่สำคัญของลำน้ำชี เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมและปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของราษฎร ทั้งยังเก็บกักน้ำไว้สำหรับสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่การเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ให้ดีขึ้น