E-mail จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
 
สารสนเทศ    สารสนเทศภายใน
 
   ระบบสารบรรณ
     อิเล็กทรอนิกส์
 
ระบบจัดเก็บเอกสาร  
    อิเล็กทรอนิกส์
 
  สารสนเทศแหล่งน้ำ สารสนเทศแหล่งน้ำ
     และชลประทาน
 
  ร้องเรียน-ร้องทุกข์
  กฎหมายคลายทุกข์
  ศูนย์ประสานราชการ
  พรบ.การชลประทานฯ
 
thaicid   Thaicid
 
   รวมเว็บลิงค์
 
   ค้นหาใน
Google RID
 
 
ประวัติกรมชลประทาน
      
            งานชลประทาน   เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการ
ขุดลอกคลอง   และขุดคลองขึ้นใหม่ในบริเวณ ทุ่งราบภาคกลางจำนวนมาก    ดำเนินการโดยเอกชน คือบริษัท
ขุดคลองแลคูนาสยาม (
Siam Canals, Lands and Irrigation Company) ได้รับพระบรมราชานุญาต
เมื่อพ.ศ.
2431 เริ่มขุดคลองเมื่อพ.ศ. 2433 มีระยะเวลาดำเนินการ ตามสัมปทาน 25 ปี โครงการประกอบด้วย
การก่อสร้างระบบคลอง ในบริเวณพื้นที่ราบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เขตจังหวัดปทุมธานี ที่เรียกว่า
ทุ่งรังสิต โดยขุดคลองสายใหญ่ เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา   ตรงไปยังแม่น้ำนครนายก พร้อมกับการสร้าง
ประตูระบายน้ำ   สำหรับควบคุมการเก็บกักน้ำเพื่อการเพาะปลูก   และสร้างประตู เรือสัญจรเพื่อการคมนาคม
ขนส่งทางน้ำตลอดทั้งปี
หลังจากที่บริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการ มาประมาณ 10 ปี เจ้าพระยาเทเวศวงศ์วิวัฒน ์
เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ  ได้ไปตรวจราชการที่ทุ่งรังสิต เมื่อเดือนพฤศจิกายน   พ.ศ.
2442  พบว่า ทุ่งรังสิต จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือด้านการชลประทานเป็นการด่วน จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูล
พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต  จ้างนายช่างชลประทาน ชาวต่างประเทศ มาศึกษาพิจารณา และแก้ไขเรื่อง การจัดหาน้ำในบริเวณทุ่งรังสิตให้ดีขึ้น พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้จัดหาวิศวกรผู้ชำนาญงาน
ด้านการชลประทาน ในพ.ศ.
2445 ได้ว่าจ้าง  
    เยโฮมัน          นายเย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด  วิศวกรชลประทานชาวฮอลันดา มาดำเนินงานชลประทานประเทศไทย  และทรงแต่งตั้งให้   นายเย โฮมัน
วันเดอร์ ไฮเด   เข้ารับราชการ  เมื่อวันที่
13 มิถุนายน 2445
พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมคลองและทรงแต่งตั้ง
นาย เย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด เป็นเจ้ากรมคลองคนแรก เพื่อทำหน้าที่ดูแลทำนุบำรุงคลองต่างๆ ไม่ให้ตื้นเขิน นาย เย โฮมัน
วันเดอร์ ไฮเด ได้ทำรายงานเสนอเห็นควรให้สร้างเขื่อนทดน้ำปิดกั้นแม่น้ำ
เจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท
            
             ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
6 ได้
ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง
"กรมทดน้ำ"  ขึ้นแทนกรมคลอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2457 และทรงแต่งตั้ง นายอาร์ ซี อาร์ วิล  สัน เป็นเจ้ากรมทดน้ำ  รวมทั้งจัดสร้างโครงการชลประทาน ป่าสักใต้     โครงการสร้างเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่  คือ เขื่อนพระราม 6 ขึ้นที่ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  สามารถช่วยเหลือ พื้นที่เพาะปลูกได้ประมาณ 680,000 ไร่ ซึ่งนับเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่แห่งแรกใน ประเทศไทย
                     เขื่อนพระรามหก
เขื่อนพระรามหก
             ซึ่งก่อสร้างด้วยหลักวิชาการ  ที่ถูกต้องและทันสมัยตามหลักเทคโนโลยีการพัฒนา
แหล่งน้ำสมัยใหม่อย่างแท้จริง    และนับจากนั้นเป็นต้นมา ได้เริ่มก่อสร้างโครงการชลประทานกระจาย
ไปทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งภาคเหนือภาคกลาง ภาคใต้  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการจัดการ
หาน้ำเพื่อการเกษตร และเพื่อการอุปโภคบริโภค 
งานก่อสร้างโครงการชลประทานได้ขยายออกไป
อย่างกว้างขวาง เพื่อรองรับการขยายตัวทางการผลิต  และความต้องการบริโภคภายในประเทศ
             จนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริว่า หน้าที่ของกรมทดน้ำ
มิได้ปฏิบัติงานอยู่เฉพาะแต่การทดน้ำเพียงอย่างเดียว   งานที่กรมทดน้ำปฏิบัติอยู่จริงในขณะนั้น
มีทั้งการขุดคลอง การทดน้ำ  รวมทั้งการส่งน้ำตามคลองต่าง ๆ  อีกทั้งการสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เปลี่ยนชื่อจาก กรมทดน้ำ เป็น กรมชลประทาน  เมื่อวันที่ 21 มีนาคม
2470   โดยให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานการขุดคลอง การทดน้ำ  การส่งน้ำ และการสูบน้ำช่วยเหลือ
พื้นที่เพาะปลูกอย่างทั่วถึง

             ในสมัยรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัย
ในการศึกษาและพระราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการพัฒนาแหล่งน้ำมาตลอด  เช่น 
  โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก  ที่กรมชลประทานก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.
2506 ซึ่งในรัชการของพระองค์
ได้ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศมาแล้วประมาณ
2,000
โครงการ
 
     
 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2550   กรมชลประทาน