กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 50 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้46
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1425
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้18341
mod_vvisit_counterเดือนนี้49098
mod_vvisit_counterทั้งหมด10322272

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
คอลัมน์ น้ำเพื่อชีวิตเพื่อเศรษฐกิจไทย: เปลี่ยนประเทศไทย
          ถ้าปล่อยให้ธรรมชาติอย่างสายน้ำบริหารตัวเองโดยมนุษย์ไม่เข้าไปควบคุมข้องแวะ ป่านนี้ผลกระทบจากพายุนกเตน กระแสน้ำคงไหลทะลักท่วมท้นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แน่นอน จะเกิดความสูญเสีย และความเสียหายในทุกมิติมากกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่านัก แน่นอนมนุษย์ไม่อาจเอาชนะธรรมชาติได้ เป็นแต่เพียงพยายามเรียนรู้ธรรมชาติ และดัดแปลงธรรมชาติให้สอดคล้องกับตัวเองเท่าที่จะทำได้ มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตน้อยเผ่าพันธุ์ที่สามารถคงเหลืออยู่รอดได้ตราบจนทุกวันนี้ ทั้งที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างธรรมชาติเองได้ ตั้งแต่ดิน น้ำ ลม ไฟ พอๆ กับไม่อาจสร้างปัจจัยการผลิตหลายๆ อย่างเองได้ในจุดเริ่มต้น ไม่ว่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย เครื่องจักรกลการเกษตร แต่ผ่านการเรียนรู้ลองผิด ลองถูกมายาวนาน มนุษย์จึงสามารถคัดกรอง และพัฒนาเมล็ดพันธุ์จากธรรมชาติให้มีผลผลิตสูงได้ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ก่อนพัฒนาเป็นปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มผลผลิตมากยิ่งขึ้น ใช้แรงงานคนและสัตว์ก่อนแปรเป็นเครื่องจักรกลการเกษตรอำนวยความสะดวกในไร่นา
          การสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ จึงเป็นความเพียรพยายามของมนุษย์ในการสร้างหลักประกันเรื่องน้ำต้นทุน ทั้งการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรม และอื่นๆ ด้วยหลักคิดที่ว่า น้ำคือชีวิต ถ้าไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่ 33 แห่ง เขื่อนขนาดกลาง 367 แห่ง และขนาดเล็กอีกนับพันแห่ง ป่านนี้ประเทศไทยอาจไม่ต่างจากประเทศโซมาเลีย ในทวีปแอฟริกาที่ผู้คนประสบความหิวโหย  ขาดแคลนอาหารรุนแรงจนล้มตาย     ป่วยการคิดถึงการเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ และมีฐานะเป็นครัวของโลกอย่างที่ประเทศไทยดำรงอยู่อย่างน่าภาคภูมิ เพราะล้วนต้องอาศัยน้ำเป็นพื้นฐานสำคัญ การชลประทาน ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการผลิตสินค้าเกษตรหรืออาหารเท่านั้น มากกว่านั้นเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัย และภัยจากความแห้งแล้ง  ภูมิประเทศของไทย นอกจากอยู่ในจุดที่เหมาะสม เป็นประตูเข้าออกได้หลายทาง แถมยังโชคดีที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติเบาบางที่สุด ซ้ำยังมีพื้นที่เหมาะสมในการผลิตอาหารอีกด้วย   ถ้าละเลย ไม่ใส่ใจสร้างหลักประกันน้ำต้นทุน ไม่ต่างจากลิงได้แหวน ไก่ได้พลอย ไม่รู้ค่าผืนแผ่นดินทอง ละทิ้งโอกาสสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร ที่โลกทั้งโลกกำลังเผชิญหน้าอยู่อย่างขมึงตึง โดยมีชีวิตผู้คนเป็นเดิมพัน
          นี่ขนาดเก็บกักน้ำได้เพียง 75,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำกว่า 200,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเท่ากับว่าปล่อยน้ำที่เหลือกว่า 166,000 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลทิ้งทะเลเปล่าๆ เรายังมั่งคั่ง มั่นคงด้านอาหารได้มหาศาลถึงป่านนี้ ลองนึกอีกที ถ้าเราเก็บกักน้ำได้เพิ่มมากกว่าขยายพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว จากเกือบ 29  ล้านไร่ เป็น 60 ล้านไร่ โฉมหน้าประเทศไทยปรับเปลี่ยนดียิ่งกว่านี้อีกไม่รู้กี่เท่า


ที่่มา  หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2554