กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 45 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2622
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1631
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2622
mod_vvisit_counterเดือนนี้61630
mod_vvisit_counterทั้งหมด10150978

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
พัฒนาลุ่มน้ำยมกันเถิด (คอลัมน์ : น้ำเพื่อชีวิตเพื่อเศรษฐกิจไทย)
          พัฒนาลุ่มน้ำยมกันเถิด คนที่คุ้นเคยกับธรรมชาติของลำน้ำยมรับรู้กันมานานแล้วว่า  น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.แพร่  จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร และ จ.นครสวรรค์  เป็นเรื่องปกติสามัญ  ที่เห็นผิดปกติไปก็เป็นเรื่องฤดูกาลฝนฟ้าที่นับวันยิ่งสับสน  จนเกษตรกรวางแผนไม่ถูกว่า  จะปลูกข้าวช่วงไหนดี  ถึงจะหนีน้ำท่วมได้ทัน ทำไมจึงถือว่าน้ำท่วมพื้นที่เหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ? แม่น้ำยมเกิดจากเทือกเขาผีปันน้ำ และเทือกเขาแดนลาว ถ้ายึดเอา อ.ปง จ.พะเยา เป็นจุดเริ่มต้น  ลำน้ำยมก็จะไหลผ่าน จ.แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร  ตามลำดับ แล้วไปบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ ต.เกยชัย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์  แล้วไหลไปรวมกับแม่น้ำปิงที่ควบรวมแม่น้ำวังมาก่อนแล้วที่ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์  กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นเลือดใหญ่ของที่ราบลุ่ม ภาคกลาง ลุ่มน้ำยมครอบครองพื้นที่กว่า 2 หมื่นตารางกิโลเมตร ปีหนึ่งๆ มีปริมาณน้ำท่า 3,600 ล้านลูกบาศก์เมตร  แต่มีแหล่งน้ำขนาดกลางและเล็กเก็บกักได้รวมแล้วเพียง 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำท่ามหาศาลปีละ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร  จึงไหลอย่างอิสระบ่าไปท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำด้านล่าง ก่อนไหลทิ้งเปล่าลงทะเล พื้นที่ลุ่มต่ำในลุ่มน้ำยม 4-5 จังหวัด จำนวนนับล้านไร่  จึงเป็นที่รองรับน้ำหลาก กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกหน้าฝน และเนื่องจากไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนที่ใหญ่พอ  พื้นที่เหล่านี้ก็ประสบความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพาะปลูกในหน้าแล้ง กลายเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซากซ้ำร้ายอีก คุณภาพชีวิตของคนลุ่มน้ำยม  จึงอยู่ในสภาพที่ยากลำบากกว่าคนลุ่มน้ำปิง วัง และน่าน ที่มีเขื่อนขนาดใหญ่คอยรองรับ ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนสิริกิติ์ 
          ทุกวันนี้  ลุ่มน้ำยม  ต้องอาศัยลุ่มน้ำปิงและลุ่มน้ำน่านเป็นตัวช่วย  ในหน้าฝนต้องผัน น้ำหลากจากแม่น้ำยมเข้าแม่น้ำน่าน  เพื่อไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำยมมากเกินไป  หรือในช่วงหน้าแล้ง  ต้องผันน้ำจากแม่น้ำปิง  และแม่น้ำน่าน มาช่วยประคับประคองพื้นที่ลุ่มน้ำยมให้เพาะปลูกได้  กลายเป็นภาระของลุ่มน้ำข้างเคียงไปเสียหมด การพัฒนาโครงการชลประทานใน 4 ลุ่มน้ำดังกล่าว  จึงต้องอาศัยพัฒนาลุ่มน้ำอื่นๆโดยรอบไปก่อน  เช่น  การพัฒนาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  จ.ลพบุรี-สระบุรี ก็เป็นไปเพื่อลดภาระแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้ไหลท่วมพื้นที่ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ  การพัฒนาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน      
          จ.พิษณุโลก  ลดภาระของแม่น้ำน่าน เพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานเดิมที่แม่น้ำน่านเคยส่งน้ำให้ ตลอดจนลดภาระการปล่อยน้ำรักษาระบบนิเวศด้านล่าง มีเพียงพื้นที่ลุ่มน้ำยมแห่งเดียวเท่านั้นที่ยังขาดการพัฒนาโครงการชลประทานที่แก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง  โดยเฉพาะโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ที่จะรองรับน้ำส่วนเกิน 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร  ในแต่ละปี ลองเทียบมูลค่าความเสียหาย และการสูญเสียโอกาสทำกินจากภัยน้ำท่วม ภัยน้ำแล้ง ในลุ่มน้ำยม สะสมปีแล้วปีเล่า  กับการพัฒนาโครงการชลประทานขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำที่ต้องรับความจริงว่า  ต้องสูญเสียพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไปบ้าง ไม่ว่าพื้นที่ป่า  พื้นที่ทำกิน และบ้านเรือนราษฎรแต่ระยะหลังรัฐก็ตระหนักดีว่า  ประชากรเหล่านี้เป็นผู้เสียสละยิ่ง  จึงเน้นการดูแลชดเชยเยียวยาผลกระทบเหล่านั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  นับแต่โครงการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นต้นมา
          เปรียบกันแล้วอะไรจะคุ้มค่ากว่า และยั่งยืนยาวนานกว่ากัน นาทีนี้คนลุ่มน้ำยมย่อมรู้อยู่แก่ใจดี


จากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2554