กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 49 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2622
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1631
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2622
mod_vvisit_counterเดือนนี้61630
mod_vvisit_counterทั้งหมด10150978

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
ร่นทำนาปีหนีน้ำท่วมได้ผลผลลดความเสียหายที่นาลุ่มเจ้าพระยาเล็งขอพื้นที่ทำแก้มลิงช่วงน้ำหลาก
          นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปีนี้มีฝนตกกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศทำให้เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกอย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่ภาคกลางลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำที่ไหลมาจากตอนบนนั้น ได้มีการพร่องน้ำในระบบชลประทานเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ลำน้ำหน้าฝน และลดระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้รองรับน้ำได้มากขึ้น
          ส่วนผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาปีนั้นคาดว่าจะไม่กระทบมากนักเนื่องจากในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการทำนาใหม่ โดยทำนาปีเร็วขึ้นกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงอุทกภัยที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูฝน ทั้งนี้เกษตรกรได้เริ่มทำนาปีตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ขณะนี้ข้าวกำลังเจริญเติบโตคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมดไม่เกินกลางเดือนกันยายน 2554 จากนั้นจะขอความร่วมมือจากเกษตรกรอย่าเพิ่งทำนาปรังต่อเนื่อง ปล่อยพื้นที่นาให้ว่างจนถึงเดือนธันวาคม 2554 ค่อยเริ่มทำนาปรัง
          "การทำนาปีเร็วขึ้น นอกจากจะทำให้ผลผลิตข้าวไม่ได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งมักจะเกิดในช่วงปลายเดือนกันยายน-พฤศจิกายนแล้ว ยังเป็นการพักหน้าดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ช่วยตัดวงจรการระบาดของแมลงศัตรูข้าวโดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยเคมี และสารป้องกันกำจัดศัตรูรวมทั้งยังสามารถใช้พื้นที่นาทำเป็นแก้มลิงรองรับน้ำเหนือที่หลากลงมา ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เมืองได้อีกด้วยโดยที่จะไม่ถูกต่อต้านจากเกษตรกร เนื่องจากข้าวเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว" รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว
          นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รณรงค์ให้ทำนาปีละ 2 ครั้ง คือ นาปี กับ นาปรังเท่านั้น สำหรับพื้นที่อื่นๆ นั้นให้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยขณะนี้ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนก็ทำนาปีเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเกษตรกรได้ทำนาปีตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2554 เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมเป็นประจำ เช่นที่ อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกอำเภอโพธิ์ประทับช้างจังหวัดพิจิตร เป็นต้น จะไม่ทำนาปี ทำเฉพาะนาปรังส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถให้ทำนาปีได้ตามปกติ เพราะไม่มีผลกระทบในเรื่องน้ำท่วม