กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 52 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้46
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1425
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้18341
mod_vvisit_counterเดือนนี้49098
mod_vvisit_counterทั้งหมด10322272

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
น้อมนำพระราชดำริพ่อหลวงเตรียมป้องกันแก้ไขน้ำท่วมปี'54
          เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้เตรียมพร้อมเรื่องการบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นช่วงที่น้ำเหนือใกล้ไหลลงสู่พื้นที่ทางภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พระองค์มีรับสั่งให้มีการบูรณาการโครงการต่างๆที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำมาทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยให้ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ  สิ่งสำคัญคือ เรื่องการใช้ข้อมูลของแต่ละส่วนราชการมาเสริมซึ่งกันและกันโดยเฉพาะข้อมูลเรื่องปริมาณน้ำ การไหลของน้ำ
          เพื่อสนองพระราชดำริ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวพระราชดำริประจำปี 2554 จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในฤดูฝนนี้ และพร้อมกันนี้ก็ได้พิจารณาถึงแผนงานเกี่ยวกับการป้องกันอุทกภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          นายจริย์ ตุลยานนท์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงาน กปร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลตามแนวพระราชดำริกล่าวว่า การประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดผลกระทบในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูจุดที่คิดว่าจะเสี่ยงภัยน้ำท่วมและเป็นจุดสำคัญที่จะต้องเตรียมตัวไว้ นับตั้งแต่จุดต้นน้ำในเขตพื้นที่จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อนเจ้าพระยา (เขื่อนชัยนาท) ลงมาตามลำน้ำผ่าน สิงห์บุรี  อ่างทอง จนถึง พระนครศรีอยุธยา ท้ายสุดที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดปลายน้ำที่จะได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง โดยได้จัดทำโครงการพยากรณ์การวัดระดับน้ำ หรือโครงการไฮโดรไดนามิค แมชเชอร์เมนท์ไว้แล้ว ซึ่งจะมีสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำจำนวน 10 แห่ง ทางตอนเหนือ ซึ่งส่งข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำ และปริมาณน้ำมาที่หน่วยงานกลางแบบทันที จากนั้นคณะกรรมการก็จะทำการวิเคราะห์ระดับน้ำจากข้อมูลที่ได้รับ พร้อมพยากรณ์ปริมาณน้ำที่จะผ่านในแต่ละจุด โดยจะให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด
          การดำเนินงานจะเป็นไปอย่างบูรณาการกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขนาดใหญ่ในด้านน้ำ นับตั้งแต่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนขุนด่านปราการชล และโครงการคลองลัดโพธิ์ฯ โดยจะมีการเตรียมแผนงานอย่างเป็นขั้นตอน ประกอบด้วยแผนก่อนน้ำท่วม แผนการขณะเกิดอุบัติภัย และแผนการฟื้นฟู
          ด้าน นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทานได้เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา พบว่ามีฝนสะสมมาก  ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยตลอด 30 ปีที่ผ่านมาถึง 50% โดยเฉพาะภาคกลางและภาคเหนือ ฉะนั้นนับจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2554 จะต้องคำนึงถึงเรื่องปริมาณน้ำฝนเพราะจะมีมากขึ้นโดยลำดับ พร้อมกันนี้ยังมีการประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาด้วยว่า ปีนี้เป็นอีกปีที่ปริมาณน้ำจะมีมากจึงต้องมีแผนเตรียมการรองรับกับปริมาณน้ำที่มากด้วย
          กรมชลประทานจึงได้มีแผนรับมือ คือ มีการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ ระบบลำน้ำสายหลัก และคลองธรรมชาติต่างๆ เพื่อจะรองรับน้ำใหม่ที่กำลังจะมา ซึ่งในช่วงนี้จะเห็นได้ว่ามีการเร่งระบายน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งได้เร่งระบายน้ำมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากมีฝนตกหนักในภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง ในจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ และในลุ่มน้ำยมในช่วงที่ผ่านมา และในขณะนี้ จึงต้องลดระดับน้ำในลุ่มน้ำสายหลักให้ลดลงโดยเร็ว ซึ่งก็ได้เร่งระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่ทะเล
          ส่วนมาตรการอื่นๆ ก็ได้มีการจัดเตรียมแผนการจำกัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ หรือวัชพืช รวมถึงสิ่งรุกล้ำลำน้ำต่างๆ อีกทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อที่จะรองรับปริมาณน้ำที่อาจจะมากจนเกิดวิกฤติขึ้นมาในช่วงใดช่วงหนึ่ง
          ขณะที่ นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ เลขาธิการสำนักงานกปร. ในฐานะหนึ่งในกรรมการและองค์กรประสานงานเพื่อการดำเนินงานตามโครงการ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการมาและประสบผลสำเร็จทุกปี โดยปี 2554 นี้ เป็นปีที่เห็นได้ชัดเจนว่าทุกหน่วยงานได้เข้าใจ และได้ดำเนินการเป็นการล่วงหน้า ขณะเดียวกันนอกจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงแล้วก็ยังมี อบต. อบจ. ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำตามโครงการได้มีส่วนร่วมในการวางแผนงานด้วย