กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 48 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้45
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1425
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้18340
mod_vvisit_counterเดือนนี้49097
mod_vvisit_counterทั้งหมด10322271

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
ลุยพัฒนาลุ่มป่าสักตอนบนเล็งผุดอ่างเก็บน้ำ29แห่งขยายพื้นที่ชลประทาน 3.2แสนไร่
         นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยว่า กรมชลประทานได้แบ่งการดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักตอนบนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็น 3 ระยะคือ ระยะเร่งด่วนระยะกลาง และระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วนจะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางจำนวน 7 โครงการ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหิน สามารถกักเก็บน้ำได้ 2.25 ล้าน ลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าเลากักเก็บได้ 8.4 ล้านลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้อ กักเก็บได้ 20.58 ล้านลบ.ม.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ กักเก็บได้13.25 ล้านลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยนา กักเก็บได้ 5.8 ล้านลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกง กักเก็บได้ 48.25 ล้านลบ.ม. และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเล็งกักเก็บได้ 17.2 ล้านลบ.ม.
          "โดยขณะนี้อ่างห้วยหิน อ่างห้วยป่าเลา และอ่างห้วยใหญ่ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถส่งน้ำเพื่อไปช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกได้15,750 ไร่ คาดว่าภายในสิ้นปี 2554 นี้อ่างที่เหลืออีก 4 แห่งจะแล้วเสร็จ ทำให้กักเก็บน้ำได้ 116 ล้านลบ.ม.ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกได้อีกทั้งสิ้นประมาณ80,000 ไร่"
          ส่วนโครงการระยะกลาง จะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 14 โครงการ สามารถเก็บน้ำได้ประมาณ 86.15 ล้านลบ.ม.  ขยายพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานได้ 169,050 ไร่ และระยะยาวจะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 8 โครงการ สามารถกักเก็บน้ำได้รวม 52.57 ล้านลบ.ม.ขยายพื้นที่เกษตรในเขตชลประทานได้ 56,000 ไร่
          "เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ คาดว่าจะสามารถยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงให้สูงขึ้นได้ เนื่องจากราษฎรที่มีอาชีพเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์จะมีน้ำต้นทุนไว้ใช้ในฤดูแล้ง และมีแหล่งเก็บน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ขณะเดียวกันเมื่อถึงฤดูฝนเวลาน้ำหลาก อ่างเก็บน้ำทั้งหมดจะช่วยบรรเทาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นไม่ให้สร้างความเสียหายเหมือนในอดีตนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งแพร่และเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภคหรือขายเป็นรายได้เสริมพื้นที่ของอ่างฯ บางแห่งยังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย" นายชลิต กล่าว