กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 55 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้48
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1425
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้18343
mod_vvisit_counterเดือนนี้49100
mod_vvisit_counterทั้งหมด10322274

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
คอลัมน์ น้ำเพื่อชีวิตเพื่อเศรษฐกิจไทย: อาหารมั่นคงมาก่อน
          แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ ถือเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี โดยเริ่มใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับแรก ในช่วงปี พ.ศ.2505-2509 ขณะนี้กำลังจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559)
          ในแผนมีประเด็นที่เกี่ยวโยงกับทรัพยากรน้ำ 2 ข้อใหญ่คือ
          หนึ่ง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก
          สอง ความมั่นคงด้านอาหาร และพลังงานโลก
          แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11
ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และรุนแรงขึ้น ทั้งอุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง รวมทั้งไฟป่า ซ้ำยังทำให้ภูมิภาคในเขตร้อนภัยแล้ง รวมทั้งไฟป่า ซ้ำยังทำให้ภูมิภาคในเขตร้อนมีฤดูแล้งที่ยาวนานขึ้น การระเหยของน้ำเพิ่มขึ้นปริมาณน้ำที่เก็บกักลดลง และส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนน้ำ รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร และความมั่นคงด้านอาหาร
          ขณะเดียวกัน โลกประสบปัญหาการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น สวนทางกับพลังงานฟอสซิลที่มีเหลือน้อย จนต้องหันไปพึ่งพลังงานจากพืชอาหาร ส่งผลกระทบต่อพืชอาหาร ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นเช่นกัน ซ้ำยังได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย สถานการณ์ดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างการผลิตพืชอาหาร กับพืชพลังงานในอนาคต ทำให้ผลผลิตอาหารลดลง ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลก และมีราคาสูงจนนำไปสู่วิกฤตอาหารโลก

          สรุป ความมั่นคงด้านอาหาร เป็นประเด็นหลักที่สำคัญยิ่งยวด ทั้งจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการใช้พลังงานมากขึ้น สภาพัฒน์ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ยังส่งผลสะเทือนต่อภาคสังคม อาทิ ปัญหาความยากจน การอพยพย้ายถิ่น และการแย่งชิงทรัพยากร
          ในอดีต ภูมิอากาศโลกยังเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาความยากจน การอพยพย้ายถิ่น  การแย่งชิงทรัพยากร แต่ใช้การพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ช่วยให้ราษฎรมีน้ำเพื่อการเกษตร มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและรายได้ที่ดีขึ้น ช่วยลดปัญหาการอพยพย้ายถิ่น การแย่งชิงทรัพยากรไปในตัว และใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาความมั่นคงประเทศตราบจนปัจจุบัน
          อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาคมโลก และใช้ระยะเวลายาวนาน การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก จึงเป็นเรื่องเฉพาะหน้าของแต่ละประเทศ
          สำหรับประเทศไทย แหล่งผลิตอาหารสำคัญกระจายในพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการพัฒนาไปแล้วบ้าง  แต่ยังไม่เต็มศักยภาพ ทั้งแหล่งน้ำชลประทาน ระบบชลประทาน และระบบแพร่กระจายน้ำในไร่นาปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า จึงหนีไม่พ้นต้องเร่งพัฒนาให้เต็มศักยภาพโดยเร็ว ตามแผนพัฒนาการชลประทานระดับลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ (กรอบน้ำ 60 ล้านไร่) ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมของแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ในภาพรวมไว้แล้ว ขึ้นกับว่ารัฐจะหยิบยกไปใช้อย่างไร
          เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยลง  พร้อมๆ กับเพิ่มหลักประกันความมั่นคงด้านอาหารให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง