กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 57 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2187
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้2753
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้10393
mod_vvisit_counterเดือนนี้49560
mod_vvisit_counterทั้งหมด10838275

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
24 เม.ย.61 ชป.ชี้แจงกรณีนาข้าวที่ขอนแก่น ขาดน้ำหล่อเลี้ยงเสี่ยงตายแล้ง

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่ชาวบ้านหมู่ 5 บ.บึงอีเฒ่า และบ.ท่าแก หมู่ 6 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ชาวนาในหมู่บ้านกำลังประสบความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่ใกล้จะตั้งท้องออกรวง มีความเสี่ยงว่าต้นข้าวในนาจะตายแล้ง เพราะต้นข้าวอยู่ในช่วงที่กำลังต้องการน้ำมาหล่อเลี้ยงลำต้น หากปล่อยไว้โดยที่ทางราชการไม่ลงมาช่วยเหลือ คาดอีก 2 สัปดาห์ นาข้าวกว่า 1,000 ไร่    ต้องตายแล้งอย่างแน่นอน นั้น

 

          ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า พื้นที่นาข้าวดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย มีการส่งน้ำตามรอบเวร ตามข้อตกลงของคณะกรรมการจัดการน้ำชลประทาน(JMC) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณปลายคลองส่งน้ำ ประกอบกับเกษตรกร บางรายไม่รักษากติกาในการรับน้ำตามรอบเวร มีการลักลอบเปิดบานรับน้ำเข้าพื้นที่ของตน ทำให้น้ำที่ส่งไปถึงบริเวณปลายคลองมีปริมาณค่อนข้างน้อย ส่งผลให้เกิดปัญหาปริมาณน้ำไม่เพียงพอ กรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่พบปะหารือร่วมกันกับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาจนเป็นที่พอใจของกลุ่มเกษตรกรผู้ร้องเรียน โดยในเบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามน้ำ โดยเปิดบานประตูระบายน้ำกลางคลอง และปิดบานท่อส่งน้ำตอนบน เพื่อไล่น้ำให้ถึงตอนล่าง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้น้ำตอนบน เพื่อแบ่งปันน้ำให้ทั่วถึงกันแล้ว สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นแปลงนาที่อยู่ปลายคลองส่งน้ำ พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 1,000 ไร่ และจากการตรวจสอบยังไม่พบพื้นที่ใดได้รับความเสียหายหรือขาดแคลนน้ำแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ได้เน้นย้ำให้เจ้าที่ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรับฟังปัญหาจากเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

 

อนึ่ง หากเกษตรกรในพื้นที่ใดประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ ขอให้แจ้งผ่านผู้นำท้องถิ่นหรือประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อประสานขอความช่วยเหลือไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอดเวลา จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

 

***************************************

กรมชลประทาน

24 เมษายน 2561