กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 59 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2056
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้2739
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7509
mod_vvisit_counterเดือนนี้46676
mod_vvisit_counterทั้งหมด10835391

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
5 มี.ค.61 กรมชลประทาน ร่วมพัฒนาและฟื้นฟูป่าชายเลนแหลมผักเบี้ย

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประธาน เปิดเผยว่า โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นโครงการที่กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยร่วมมือกับสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงาน กปร. จัดทำโครงการแบบการศึกษาวิจัยและพัฒนาจากสภาพป่าชายเลน จากสภาพพื้นที่จริงที่มีความเหมาะสม เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ โดยการวางแผนและดำเนินงานเป็น 4 โครงการย่อย ได้แก่ การบำบัดน้ำเสียจากชุมชน การกำจัดขยะชุมชนโดยวิธีฝังกลบด้วยดินอย่างถูกสุขาภิบาลด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม การนำผลพลอยได้จากการกำจัดขยะมาใช้ประโยชน์ การนำน้ำที่ได้รับการบำบัดดีแล้วไปใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร

กรมชลประทานได้ทำการสำรวจออกแบบและก่อสร้างโครงการฯ โดยตระหนักถึงหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ใช้พื้นที่เสื่อมโทรมของแหลมผักเบี้ยประมาณ 200 ไร่ สำหรับสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบกำจัดขยะมูลฝอย ทำการปรับปรุงพื้นที่เสื่อมโทรมให้มีสภาพเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้สนองพระราชดำริ ด้วยการร่วมพิจารณาวางแผนการดำเนินงานและรับผิดชอบออกแบบก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงการฯ มีการก่อสร้างบ่อรวมน้ำเสียความจุ 10,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมสถานีสูบน้ำและท่อส่งน้ำเสียยาว 18 กิโลเมตร สามารถส่งน้ำได้สูงสุดวันละ 10,000 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันส่งน้ำวันละ 5,000 ลูกบาศก์เมตร สำหรับบ่อบำบัดน้ำเสีย (Lagoon Treatment) สามารถบำบัดน้ำเสียได้วันละ 10,000 ลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรูปแบบอื่นๆ เพื่อทำการทดลองศึกษาวิจัยพัฒนารูปแบบของระบบตามที่คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องการ โดยวิศวกรจากกรมชลประทานร่วมพิจารณาออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง พร้อมกับการเก็บข้อมูลผลการศึกษาจากระบบต่างๆ ที่ได้จัดทำขึ้น มีการปรับปรุงประสิทธิภาพและบำรุงรักษาระบบบำบัดต่างๆ และดำเนินการก่อสร้างงานในโครงการฯ เพิ่มเติม จนถึงปัจจุบันคณะวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้ามาดำเนินการบริหารงานและทำงานวิจัยต่างๆ ส่วนกรมชลประทานได้รับมอบหมายให้ดูแลและบำรุงรักษาระบบบำบัดให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

กรมชลประทาน

5        มีนาคม 2561