กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
 

          ค้นหาใน RID

          ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 112 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์

          สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1311
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้2721
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้5346
mod_vvisit_counterเดือนนี้26394
mod_vvisit_counterทั้งหมด10386124

          แบบสอบถาม

ท่านพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์กรมชลประทานระดับใด
 
หน้าแรก
7 ธ.ค.60 กรมชลฯ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่าในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าฝนที่ตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซียที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างจากนั้นเคลื่อนไปปกคลุมทะเลอันดามันและหัวเกาะเกาะสุมาตราตามลำดับประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงทำให้มีฝนตกหนาแน่นเกือบตลอดสัปดาห์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราชตรัง พัทลุงสงขลาตรัง ปัตตานียะลาและนราธิวาสสรุปได้ดังนี้

จังหวัดชุมพรเนื่องจากมีฝนตกหนักทำให้มีปริมาณน้ำฝนท่วมขังบนถนนในเขตเทศบาลเมืองชุมพรระดับน้ำท่วมสูงประมาณ30-4เซนติเมตรส่งผลให้มีผลกระทบ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ละแม อ.ทุ่งตะโก และ อ.ปะทิว โครงการชลประทานชุมพร ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 16 เครื่องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 22 เครื่องรถแบ็คโฮ 7 คัน ขุดลอกทางระบายน้ำ พร้อมประสานงานร่วมกับเทศบาลเมืองชุมพร ตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำตามท่อระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้ว

จังหวัดสุราษฎร์ธานีถานการณ์น้ำในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประสบอุทกภัย9อำเภอได้แก่.เวียงสระ.พระแสง.บ้านนาสาร.เคียนซา.บ้านนาเดิม.พุนพิน อ.ไชยา อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสักสำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำตาปี ยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณอ.พระแสงระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 0.23 เมตร และที่อ.เคียนซา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.18 เมตร แนวโน้มลดลงโครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 4 เครื่อง และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 4 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำคลองท่าโพธิ์ และประตูระบายน้ำคลองไชยา พร้อมกับนำรถแบ็คโฮช่วยกำจัดเศษขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

จังหวัดนครศรีธรรมราชฝนที่ตกหนักลงมาอีก ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง15อำเภอได้แก่อ.ฉวาก     อ.พรหมคีรี .เชียรใหญ่.พระพรหม.เฉลิมพระเกียรติ.หัวไทร.ชะอวด.ปากพนังอ.พิปูน อ.บางขัน อ.ถ้ำพรรณรา      อ.ทุ่งใหญ่ อ.ขนอม อ.นบพิตำ อ.ร่อนพิบูลย์ และอ.ลานสกา ได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสายหลักโดยกรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 47เครื่องและเครื่องผลักดันน้ำอีก40เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระดับน้ำในลำน้ำธรรมชาติ อยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง การระบายน้ำจึงเป็นไปได้ช้า

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ฝนตกในช่วงที่ผ่านม ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลหลากลงสู่ลำน้ำสายหลักคลองท่าดีและคลองสาขาของคลองท่าดี ผ่านเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชทั้ง 5 สายส่งผลให้ระดับน้ำในเขตเทศบาลนครเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันระดับน้ำเริ่มทรงตัวแล้ว แต่ยังคงท่วมขังในบางพื้นที่ประมาณ 40-80 เซนติเมตร โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราช ได้มีหนังสือแจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ให้เตรียมพร้อมรับมือแล้ว ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำติดตั้งตามจุดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครฯ รวม 11 เครื่อง และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำอีก 8 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดต่อไป

จังหวัดตรังยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ4อำเภอ ได้แก่ อ.นาโยง อ.เมือง อ.วังวิเศษ และอ.กันตัง ระดับน้ำในแม่น้ำตรัง มีแนวโน้มลดลงบริเวณสถานีวัดน้ำ X.234 บ.ป่าหมาก อ.เมือง ระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่ง 67 เซนติเมตร  แต่ยังคงมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณบ้านท่าจีน อ.เมืองปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ โครงการชลประทานตรัง ได้เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 14 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำต่อไป

จังหวัดพัทลุง ระดับน้ำในคลองนุ้ย ที่สถานีวัดน้ำ X.170 อ.ศรีนครินทร์ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 2.04 เมตร มีแนวโน้มลดลงแล้ว และยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอได้แก่.ควนขนุน.ป่าพะยอม.กงหรา.ป่าบอน.เขาชัยสน   อ.บางแก้วและอ.เมืองปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลงหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 1-2 วันกรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 20 เครื่องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน6เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด

จังหวัดสงขลา แม้ว่าจะมีฝนตกน้อยลง แต่ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขัง 9อำเภอได้แก่.สะบ้าย้อย.เทพา.รัติภูมิ.ควนเนียง อ.นาทวี อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สะทิงพระ และ อ.สิงหนครทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำต่างๆลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะคลองอู่ตะเภาที่ไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ ระดับน้ำที่สถานี X.90 บ.บางศาลา อ.คลองหอยโข่ง ลดลงต่ำกว่าตลิ่ง 4.42 เมตร แนวโน้มลดลง กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 4เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำอีก 26 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด 

จังหวัดปัตตานี พื้นที่น้ำท่วม 7 อำเภอไก้แก่.หนองจิก.ยะรัง.สายบุรี.โคกโพธิ์.ไม้แก่น.ปะนาเระและ อ.เมืองปัจจุบันแม่น้ำปัตตานีในช่วงเหนือเขื่อนปัตตานีระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่งแต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโครงการชลประทานปัตตานี ประสานเขื่อนบางลางลดการระบายน้ำ ซึ่งหยุดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 2  8 ธ.ค.60 เปิดบายระบายน้ำปลายคลองระบายน้ำสายต่างๆ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวนเครื่องบริเวณสะพานเดชานุชิตเพื่อระบายน้ำที่ท่วมขังแล้ว

จังหวัดยะลาปริมาณฝนตกลดลง ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีพื้นที่ลุ่มต่ำ3อำเภอได้แก่        อ.เมือง.รามัน และ อ.ยะลา ที่มีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขัง ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีปัจจบันเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ที่บริเวณสถานีวัดน้ำ X.40A อ.เมืองยะลา ต่ำกว่าตลิ่ง 3.90 เมตร ส่วนที่สถานีวัดน้ำ X.40B อ.เมืองยะลา ระดับน้ำได้ลดต่ำกว่าตลิ่งแล้ว 2.95เซนติเมตร แนวโน้มของระดับน้ำเพิ่มขึ้นหรือลดลง จะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของระดับน้ำทะเลหนุนด้วย กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานยะลาได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน2เครื่อง บริเวณฟาร์มตัวอย่างวังพญาท่าธง อ.รามัน เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำหากเกิดน้ำท่วมขังแล้ว

จังหวัดนราธิวาสปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วงที่ผ่านมาทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 13 อำเภอได้แก่.เมือง.ยี่งอ  .บาเจาะ.รือเสาะ.ศรีสาคร.ระแงะ.สุไหงปาดี.สุไหงโก-ลก.แว้ง.สุคิริน.จะแนะ.เจาะไอร้องและอ.ตากใบปัจจุบันลุ่มน้ำโก-ลก และแม่น้ำบางนราระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งแล้ว และลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกรมชลระทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 12 เครื่องเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุดต่อไปแล้ว

ทั้งนี้กรมชลประทานได้มีการเตรียมความเครื่องจักรเครื่องมือเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ให้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูนไว้แล้วโดยเป็นเครื่องสูบน้ำจำนวนทั้งสิ้น 380 เครื่องเครื่องผลักดันน้ำ 180 เครื่องรถสูบน้ำ 5 เครื่อง เครื่องจักรกลสนับสนุน 101 เครื่อง และสะพานเหล็ก 1 ชุด   พร้อมให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัย รายงานสถานการณ์น้ำต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิดด้วย

***************************************

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ

กรมชลประทาน 

7ธันวาคม 2560